
แย่งซื้อข้าวสต๊อกรัฐ
การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลรอบ 4/2558 ปริมาณมากถึง 1.39 ล้านตัน วันที่ 6 ก.ค. 2558 ผลปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นซองเสนอคุณสมบัติ 62 ราย ซึ่งหากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก็จะมีสิทธิยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 7 ก.ค. สะท้อนให้เห็นว่าตลาดต้องการข้าวสูงมาก หลังจากที่พื้นที่เพาะปลูกของไทยในปีนี้กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง จนต้องเลื่อนการเพาะปลูกผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกไปอีก 1 เดือน
การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลรอบ 4/2558 ปริมาณมากถึง 1.39 ล้านตัน วันที่ 6 ก.ค. 2558 ผลปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นซองเสนอคุณสมบัติ 62 ราย ซึ่งหากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก็จะมีสิทธิยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 7 ก.ค. สะท้อนให้เห็นว่าตลาดต้องการข้าวสูงมาก หลังจากที่พื้นที่เพาะปลูกของไทยในปีนี้กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง จนต้องเลื่อนการเพาะปลูกผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกไปอีก 1 เดือน
ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า หากการประมูลรอบนี้ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจำนวนมากสามารถอนุมัติขายข้าวได้หมดตามที่เปิดประมูล จะทำให้เหลือข้าวในส่วนคุณภาพดีที่จะนำมาเปิดประมูลในรอบต่อไปไม่ถึง 1 ล้านตัน จากข้าวคุณภาพดีที่มีอยู่ 2.6 ล้านตัน ซึ่งเชื่อว่าจะระบายได้หมด เพราะผลผลิตข้าวนาปรังรอบ 2 ได้รับผลกระทบภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตน้อยลง จึงเชื่อว่าการประมูลในนี้จะได้ผลดีทั้งในแง่ราคาและปริมาณที่ระบาย
ในส่วนของการระบายข้าวเสียหายเป็นฝุ่นผงที่มีอยู่ 1.29 ล้านตัน และข้าวเกรดซี 4.6 ล้านตัน โดยมีข้าวเกรดซีล้วนๆ ที่อยู่ในคลังเดียวกัน 1.33 ล้านตัน ที่เหลืออีก 3.3 ล้านตัน เป็นข้าวเกรดซีผสมรวมอยู่ในโกดังที่มีข้าวเกรดเอและบีปนอยู่ด้วยนั้น ล่าสุดต้องรอผลสรุปทางด้านคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งกำลังดำเนินการตามขั้นตอนในส่วนของการเก็บหลักฐานให้แล้วเสร็จ คาดว่าภายในเดือน ก.ค.นี้ น่าจะได้ข้อสรุปทางด้านหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะนำออกมาประมูลได้
สำหรับข้าวเสียหายเป็นฝุ่นผง 1.29 ล้านตัน ตามแผนที่ได้ขออนุมัติหลักการจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะนำมาเปิดประมูลให้กับผู้ผลิตชีวมวล หรือโรงไฟฟ้า โรงงานผลิตปูน เป็นต้น
ส่วนข้าวเกรดซีจะนำมาเปิดประมูลให้กับผู้ผลิตเอทานอล ทั้งหมดจะมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ พลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำงานร่วมกันในการกำหนดราคากลางของข้าวเสียหายเป็นฝุ่นผงและข้าวเกรดซี โดยจะมีหลายปัจจัยในการพิจารณากำหนดราคากลางทั้งค่าขนส่ง เนื่องจากแต่ละโกดังที่เก็บข้าวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกัน
ดวงพร กล่าวว่า ในเรื่องของการร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่รับผิดชอบข้าวในโกดังที่เสื่อมสภาพนั้น จะต้องนำข้าวออกมาเปิดประมูลก่อน หากประมูลได้ราคาเท่าไหร่ก็จะนำมาหักส่วนต่างกับต้นทุนข้าว เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง คือเจ้าของโกดังกลางและเซอร์เวเยอร์ต่อไป
ด้าน ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประเมินว่า ข้าวเสียหายเป็นฝุ่นผง 1.29 ล้านตัน ที่รัฐบาลจะนำมาเปิดประมูลเพื่อผลิตชีวมวลนั้น คาดว่าราคาประมูลไม่น่าจะเกินกิโลกรัม (กก.) ละ 1 บาท เพราะเอกชนต้องคิดถึงต้นทุนค่าขนส่งรวมด้วย หากประมูลในราคา 2-3 บาท จะไม่คุ้มกับการนำกากไปเผาเป็นไฟฟ้า
ต้องจับตาการเปิดประมูลข้าวเสียหายเป็นฝุ่นผง ว่าจะสร้างความเสียหายให้กับงบประมาณชาติเท่าไหร่ เพราะหากรัฐบาลขายได้ในราคาเพียง 1 บาท/กก. หรือ 1,000 บาท/ตัน
เท่ากับว่าจะขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำข้าวเปลือกที่ราคา 1.5 หมื่นบาท/ตัน หรือต้นทุนข้าวสาร 2.4 หมื่นบาท/ตัน หรือขาดทุนประมาณ 2.3 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งปริมาณข้าว 1.29 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเสียหายเฉียด 3 หมื่นล้านบาท นั่นคือค่าเสียหายที่รัฐจะต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายกับผู้กระทำผิดต่อไป







