
‘เบนซ์ จีแอลอี 450’ หรูหรา-สมรรถนะดุ
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สัปดาห์นี้อยู่กับยนตรกรรมรุ่นใหม่ของค่ายรถยุโรปที่มีตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรุ่นที่ถูกนิยามเซกเมนต์พิเศษที่เรียกว่า “ดรีมคาร์” หรือรถยนต์ในฝันของใครหลายคนนั้นคือ “จีแอลอี 450 เอเอ็มจี 4
เมติกส์ คูเป้”
ชื่อรุ่นอาจจะฟังดูยาวเหยียด แต่เพื่อเป็นการบอกคุณสมบัติของรถยนต์คันนี้ คงจะดูไม่ผิดหูแปลกตาที่จะยาวเช่นนี้
เพราะด้วยความสามารถเกินตัวที่ถูกนำมาใส่ไว้ในร่างรถอเนกประสงค์ (เอสยูวี) ขนาดใหญ่ ที่มีคู่แข่งในตลาดโดยตรงคือ “บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 6” ที่ทำตลาดมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว
จีแอลอี 450 คันนี้ดูภายนอกมีความหรูหราเต็มขั้น มีเส้นสายโค้งมนไหลลื่นแสดงรายละเอียดให้เห็นได้อย่างชัดเจน พร้อมการตกแต่งด้วยชุดแต่งเอเอ็มจี ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นสปอร์ต พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 22 นิ้ว แบบเอเอ็มจี 5 ก้านคู่ ลงตัวเข้ากันดี
ส่วนภายในห้องโดยสารคันนี้กว้างขวางสะดวกสบายใหญ่โตดี แผงคอนโซลหน้าและแผงข้างประตูหุ้มหนัง Artico ให้สีดำตัดเมทัลลิก พรมหลังคาแบบพาโนรามิก เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แต่ข้อสังเกตหนึ่งที่สัมผัสได้เมื่อนั่งในตำแหน่งคนขับคือ ทัศนวิสัยเมื่อมองกระจกหลัง เพราะหลังคาที่ลาดลงประกอบกับบานกระจกที่เล็กและโค้งนั้นทำให้ความชัดเจนลดลงบางส่วน
ขณะที่สมรรถนะการขับขี่ของเครื่องยนต์ วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 5.7 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 สปีด (9G-TRONIC) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
อารมณ์ความรู้สึกการขับขี่เอสยูวียักษ์คันนี้ ต้องบอกเลยว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเพราะเสมือนหนึ่งเป็นเพียงการนำบอดี้ภายนอกมาครอบไว้ในร่างรถแข่งในสนามอย่างไรอย่างนั้น เพราะอัตราการตอบสนองและความสนุกสนานในการขับขี่นั้นมากมายเหลือแสน
ด้วยโหมดการขับขี่ที่มีมาให้เลือกปรับหลากหลาย อาทิ โหมดอีโค, โหมดคอมฟอร์ท, โหมดสปอร์ต, โหมดสปอร์ต พลัส ซึ่งทีเด็ดที่ชื่นชอบอยู่ที่โหมดสปอร์ต พลัส ซึ่งให้อัตราการตอบสนองในการขับขี่อย่างเร้าใจในทุกย่านความเร็ว พร้อมเสียงดัง ปั้ง ปั้ง!! เมื่อเปลี่ยนเกียร์และถอนคันเร่ง บิ๊วอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่เมื่อขับขี่ในโหมดปกติทั่วไป การตอบสนองถือว่าทำได้ดีเป็นพื้นฐานมากับรถคันนี้เลยทีเดียวเชียว ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้นก็ผันแปรไปตามโหมดการขับขี่ที่เลือกปรับ มั่นใจได้ และให้ความนุ่มนวลดี ด้วยระบบควบคุมการยึดเกาะถนนทั้ง 4 ล้อ (4ETS), ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP) และระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับเบนซ์ที่มีมาให้อย่างแน่นเอี้ยด
นอกเหนือจากนั้น เทคโนโลยีความทันสมัยที่มีมาให้ในรถคันนี้ก็มีมากมายเช่นกันเป็นต้นด้วย ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (Parktronic) พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ และแบบรอบคัน ผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ดูล้ำสมัยดี
ที่ชอบอีกจุดหนึ่งคือ ที่วางแก้วน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิที่สามารถกำหนดได้ทั้งร้อนและเย็นตามที่ใจคิด แค่นี้ก็ทำให้กาแฟแก้วโปรดของคุณอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อยู่เสมอ ไม่เท่านั้น ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายอัตโนมัติ ยังสามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้แบบเก๋ๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสปุ่มก็ยกขึ้นลงได้สะดวกดี
แต่การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอาจดูไม่ดีเท่าที่ควร เพราะยังมีเสียงลมและเสียงจากภายนอกห้องโดยสารลอดเข้ามาให้ได้ยินอยู่บางส่วน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเครื่องเสียงที่มีพร้อมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ก็ทำให้มีอารมณ์สุนทรีย์มีความสุขได้ตลอดการเดินทาง
ฉะนั้นแล้ว เอสยูวี คันยักษ์ จากค่ายดาวสามแฉกคันนี้ถือได้ว่ามีความน่าสนใจด้านสมรรถนะและการตอบสนองด้านการขับขี่ได้อย่างลงตัว พร้อมอุปกรณ์ใช้สอยเพียบ แต่ก็ต้องยอมรับกับค่าตัวที่อยู่ที่ 7.99 ล้านบาทนั้น ถ้าเรื่องราคาไม่ใช่ปัญหาก็เห็นควรด้วยที่จะมีโอกาสได้สัมผัส







