posttoday
ยุคนี้เขาขายข้อมูล (ตอนที่ 3)

ยุคนี้เขาขายข้อมูล (ตอนที่ 3)

07 กรกฎาคม 2558

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

“ทำสิ่งเหมือนเดิม แล้วหวังว่าผลลัพธ์จะแตกต่าง” อันนี้คือแนวคิดของคนส่วนใหญ่ ...ผมไม่แน่ใจว่า คุณด้วยหรือเปล่าที่กำลังหวังว่าการทำสิ่งเดิมจะทำให้ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้น

แต่เราก็ยังหวังจริงไหม? เราทุกคนหวังว่าการทำเหมือนเดิม เดินอยู่ในกล่อง ทำงานเหมือนเดิม เช้าชามเย็นชามเหมือนเดิม หรือทำงานหนักสม่ำเสมอ เป็นผู้ใช้แรงงานที่ขยันตลอดชีวิต จะส่งผลให้วันนี้ประธานบริษัทก็เดินลงมาแล้วพูดกับคุณว่า “ผมจะยกธุรกิจและเงินทั้งหมดของผมให้คุณ”

“บ้า!! โคตรเป็นไปไม่ได้”

อย่างเดียวที่เป็นไปได้ คือ เจ้าของบริษัทเดินมาตบบ่า แล้วพูดว่า “ขอบคุณมากนะ” เราซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ที่เขาขอบคุณก็คือ ขอบคุณที่คุณทุ่มเททั้งชีวิตสร้างให้ประธานรวยว่างั้นเถอะ

ถ้าถามผม ผมไม่อยากให้ชีวิตผมเป็นแบบเรื่องที่เล่าคือ “ทุ่มเทชีวิตในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา และก็ได้เพียงคำขอบคุณ” (ส่วนใหญ่ไม่ได้คำขอบคุณ แต่โดนคำสบประมาทแทน)

เอ๊ะ!! คุณแพ้ท เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า ...ไม่เห็นแปลกที่เรามีชีวิตเพื่อช่วยคนอื่น มันเป็นชีวิตของคนดี

เอางี้ไหม ...ถ้าผมจะพูดตรงๆ ว่าคุณมีชีวิตเพื่อคนอื่น ที่ช่วยประธานบริษัทรวย หรือช่วยเจ้านายคุณรวย ...มันช่วยแค่เจ้านายคุณรวย ช่วยแค่คนคนเดียว มันกระจอกไปหรือเปล่า?

คุณลองตั้งโจทย์ใหม่สิว่า ถ้าคุณจะมีชีวิตเพื่อช่วยคนอื่น ...ลองใช้ชีวิตช่วยคนให้ได้มากที่สุดสิ

ใช่!! ถ้าคุณตั้งโจทย์การทำงานของคุณว่า คือ การช่วยคนอื่นให้มากที่สุด ...ถ้าคุณทำได้ คุณก็คือ Mark Zuckerberg ...อ้าว!! จริงเหรอ

คุณแปลกใจล่ะสิว่า เศรษฐีทุกคนในโลกที่เขารวยระดับโลก เขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนๆ กัน คือ “งาน” ของเขาช่วยคนมากมาย ...อย่างงานของ Mark Zuckerberg งานของเขาคือ “เปิดเวทีให้คนธรรมดามีสื่อ สามารถพูดแล้วมีคนได้ยิน ...ซึ่งก่อนยุคของ Facebook คนธรรมดาไม่มีทางเป็นที่รู้จัก เพราะสื่อทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของรายใหญ่”

ดังนั้น สิ่งที่ Mark Zuckerberg ทำก็คือ “ช่วยคนทั้งโลกให้มีเวทีเป็นของตัวเอง” นี่ไงครับ สร้างประโยชน์ให้คนอื่น แล้วเราจะรวยมหาศาล

ไอ้ที่เราไม่รวย ก็เพราะชีวิตของเรามันช่วยแค่หัวหน้าของเรา ให้เขาทำงานสำเร็จ ...ทั้งชีวิตของเราช่วยแค่หัวหน้าเราคนเดียวให้รวยขึ้น ...เสียเวลาว่ะ ...โคตรเสียเวลา

คนส่วนใหญ่ “จน” เพราะสร้างประโยชน์ให้คนอื่นน้อยเกินไป ...แถมใจแคบ ...เพราะสร้างประโยชน์ให้แค่บริษัทเล็กๆ และหัวหน้าคนเดียว แต่หวังจะรวยและได้เงินมากๆ ...โลภไปหรือเปล่า

ผมรู้ว่าคุณกำลังรู้สึกว่า จริงๆ ที่คุณคิดว่า คุณเป็นคนทำเพื่อคนอื่น ...แท้จริงแล้ว คุณกำลังทำเพื่อนายจ้างของคุณคนเดียว แล้วก็หวังลมๆ แล้งๆ ว่า วันหนึ่งนายของคุณจะเห็นค่าของคุณแล้วให้เงินคุณเพิ่มขึ้น ...ไม่มีทาง!!

“นายจ้าง” คุณเขาไม่มีทางอยากให้คุณได้ดีไปมากกว่าครอบครัวของเขาหรอก ...ผมแนะนำให้คุณกลับมานั่งคิดใหม่ว่า “สิ่งที่คุณคิด ในความเป็นจริงมันเป็นอย่างที่คุณคิดหรือเปล่า”

ในความเป็นจริงแล้ว คนส่วนใหญ่เป็นคนใจแคบ เพราะเขาแค่ช่วยเหลือนายจ้างของเขาคนเดียว แต่ดันหวังเงินก้อนโต ...คุณไม่คิดเหรอว่า นายจ้างเขาก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกัน ...อะไร ทำงานให้ฉันแค่นี้จะมาหวังเงินก้อนโต ...โลภไปหรือเปล่า

ในทางตรงกันข้าม คนรวยคือคนที่ช่วยเหลือและสร้างประโยชน์ให้คนอื่นมากมาย ...คุณไปดูคนรวยสิว่า เขาสร้างอะไรบ้าง อย่าง CPF เขาสร้างให้คนไทยกินอาหารราคาถูก ...ถ้าไม่มี CP บ้านเราคงต้องกินอาหารราคาแพง เพราะถ้าให้รายย่อยผลิต ต้นทุนการผลิตต้องสูงกว่านี้ แถมผลิตได้น้อยกว่านี้ ราคาอาหารจึงแพง

ถ้าไม่มีบริษัทมือถือ คนไทยจะได้ติดต่อสื่อสารกันแบบนี้หรือ ...คิดดูดีๆ ว่า เจ้าสัวต่างๆ เขาสร้างธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้คนมหาศาล ...ดังนั้นรางวัลชีวิตของการใจกว้าง สร้างประโยชน์ให้คนทั้งประเทศ ก็คือได้ความรวยเป็นรางวัล

ถูกต้อง!! ธุรกิจ คือ “การแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้คนอื่น” คนส่วนใหญ่โดนหลอกมาตลอด คิดว่านักธุรกิจคือ ต้องใจแคบ

ผิดอย่างแรง ...จริงๆ ธุรกิจที่จะเติบโต และโตโคตรเร็ว ต้องใจกว้าง ต้องช่วยเหลือและให้โอกาสสังคม ...นักธุรกิจมีหน้าที่คือตอบโจทย์ให้ได้ว่า “สิ่งที่เขาขายและบริการ มันจะช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร ...ถ้าสิ่งที่เขาทำมันทำให้ชีวิตลูกค้าดีแบบสุดยอด ...ธุรกิจเขาก็จะได้รับการตอบรับแบบสุดๆ ทำให้นักธุรกิจคนนี้รวยนั่นเอง”

“ใจกว้าง คิดสร้างประโยชน์” ...รวยกว่า ใจแคบ -- ไปคิดให้หนักครับ เพราะคนส่วนใหญ่กำลังหลงประเด็น เดินผิดทาง!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ