
ธปท.มั่นใจแม้ปัญหากรีซรุนแรงแต่กระทบไทยน้อย
ธปท.ยืนยันแม้ปัญหากรีซจะรุนแรงขึ้น แต่กระทบเศรษฐกิจไทยน้อย เนื่องจากมีธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องน้อยเพียง 0.5% ของสินทรัพย์รวม ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง 0.14%
ธปท.ยืนยันแม้ปัญหากรีซจะรุนแรงขึ้น แต่กระทบเศรษฐกิจไทยน้อย เนื่องจากมีธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องน้อยเพียง 0.5% ของสินทรัพย์รวม ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง 0.14%
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ปัญหากรีซล่าสุดทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังชำระหนี้คืนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)ไม่ได้เมื่อสิ้นเดือนมิ.ย.และผลการทำประชามติเมื่อ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาประชาชนไม่ยอมรับเงื่อนไขของแผนช่วยเหลือครั้งใหม่ ส่งผลให้กรีซกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจการเงินโลก
อย่างไรก็ดี ธปท.ประเมินว่า ผลกระทบโดยรวมต่อไทยไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากไทยมีความเชื่อมโยงต่อกรีซค่อนข้างต่ำ ทั้งในภาคการเงินและการค้า แต่ไทยคงได้รับผลกระทบทางอ้อมบ้าง แต่อยู่ในวงจำกัด ซึ่งตลาดการเงินไทยอาจเผชิญกับความผันผวนระยะสั้นบ้าง
“สถาบันการเงินไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะไม่มีธุรกรรมการเงินติดต่อกรีซโดยตรง ส่วนผลทางอ้อมก็อยู่ในวงจำกัด เพราะสถาบันการเงินไทยปล่อยสินเชื่อหรือลงทุนในสินทรัพย์ในยุโรปน้อยกว่า 0.5% ของสินทรัพย์รวมในสถาบันการเงินไทยทั้งหมด ด้านการค้าแม้ไทยจะส่งออกไทยยุโรปถึง 10.3% ของการส่งออกรวม แต่ประเทศคู่ค้าหลักของไทยยังมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อาทิ เยอรมัน อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ในตลาดเงินคงได้รับผลกระทบบ้างจากความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น”นางผ่องเพ็ญกล่าว
นางผ่องเพ็ญ เปิดเผยว่า ส่วนความเคลื่อนไหวของเงินบาทจากปัญหากรีซในตลาดเช้านี้ พบว่ากระทบค่อนข้างน้อย โดยเงินบาทอ่อนค่าลงเพียง 0.14% ซึ่งอ่อนค่าลงน้อยกว่าสกุลอื่นๆในภูมิภาคที่อ่อนค่าลงในระดับ 0.3 – 0.7% ถึงแม้ผลกระทบต่อไทยจะน้อยแต่ธปท.จะติดตามปัญหากรีซและเตรียมความพร้อมในการรับมือที่จะมีต่อเศรษฐกิจการเงินไทยต่อไป เพราะปัญหากรีซอาจขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นในยูโรโซนได้







