
ทำไมการร่วมทุน ถึงมาแรง
การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้น เราจะเห็นหลายๆ บริษัทมีความได้เปรียบในเชิงของขนาด หรือ Economy of Scale แต่ขนาดของธุรกิจก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง แต่เราต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยค่ะ ตรงนี้เองที่ทำให้ปัจจุบันเราเห็นการร่วมทุนเกิดขึ้นมากมาย เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตและเป็นช่องทางในการนำความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ มาสู่องค์กรด้วยค่ะ
การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้น เราจะเห็นหลายๆ บริษัทมีความได้เปรียบในเชิงของขนาด หรือ Economy of Scale แต่ขนาดของธุรกิจก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง แต่เราต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยค่ะ ตรงนี้เองที่ทำให้ปัจจุบันเราเห็นการร่วมทุนเกิดขึ้นมากมาย เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตและเป็นช่องทางในการนำความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ มาสู่องค์กรด้วยค่ะ
การร่วมทุนนั้นเกิดจากการที่ธุรกิจ 2 รายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันมาร่วมมือกันและทำงานไปด้วยกัน บางรายอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญใดๆ เลย แต่มีทุนและต้องการผลตอบแทนก็อาจเข้ามาขอร่วมทุนเพื่อแบ่งผลตอบแทนด้วยก็ได้ค่ะ แต่ที่แน่นอนก็คือว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องมีเงินลงขันร่วมกัน ในปัจจุบันนั้นกระแสการร่วมทุนในไทยถือว่ามาแรงมาก ซึ่งก็มีปัจจัยหลายประการด้วยกันที่ผลักดันการเติบโตของกิจกรรมการร่วมทุนในตอนนี้ค่ะ
ประการแรกสุดเลยก็คือ ความต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ การร่วมทุนนั้นจะช่วยสร้างโอกาสให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างการเติบโตและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตได้
ประการต่อมา เนื่องจากการแข่งขันที่สูงในปัจจุบัน อีกทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ได้เปรียบในแง่ Economy of Scale ก็ทำให้ธุรกิจที่เล็กกว่าต้องหาทรัพยากรมาสร้างการเติบโตเพิ่ม เพื่อให้แข่งขันได้ ธุรกิจที่เชี่ยวชาญอยู่แล้วแต่ขาดแคลนเงินทุนก็สามารถใช้การร่วมทุนเป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจได้
ประการที่ 3 การร่วมทุนเป็นเครื่องมือช่วยบริหารและจัดสรรทรัพยากรที่น่าสนใจ เนื่องจากธุรกิจมีทรัพยากรที่จำกัดและต้องบริหารให้เกิดประสิทธิภาพ การร่วมทุนนั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารทรัพยากรได้ง่ายขึ้น โดยเราจะมีทรัพยากรคนอื่นมาร่วมในการทำงานด้วย ทำให้มีทางเลือกในการใช้ทรัพยากรที่หลากหลายและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นด้วย
ประการที่ 4 การร่วมทุนเติบโตขึ้นตามจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ MAI ที่มากขึ้นด้วย เพราะการร่วมทุนนั้นมีความจำเป็นที่เราต้องรู้ข้อมูลของคู่ค้าที่เราจะเข้าไปร่วมทุนด้วย การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการสร้างโอกาสในการร่วมทุนได้ง่าย เพราะบริษัทจดทะเบียนทุกแห่งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ต้องบริหารงานด้วยความโปร่งใส ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เกิดความมั่นใจให้กับนักลงทุนและคู่ค้า
ประการสุดท้าย การร่วมทุนในปัจจุบันจะทำกันง่ายและมากขึ้น เนื่องจากการเติบโตของ Social Media การมี Social Media เข้ามาส่งผลให้เพิ่ม Connectivity กันมากขึ้นในหมู่ของนักลงทุนและผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแสวงหาผู้ร่วมทุนกันง่ายขึ้นค่ะ
จากที่กล่าวมา 6 ประการ จะเห็นว่าแนวโน้มของการร่วมทุนในอนาคต ถือว่าชัดเจนและยังเติบโตอีกมาก ภายใต้สภาพการแข่งขันในปัจจุบันและการเชื่อมโยงกันของธุรกิจผ่านช่องทางใหม่ๆ โดยเฉพาะการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการขยายตัวของ Social Media ที่แน่ๆ จำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดคงไม่ลด นั่นหมายความว่าเทรนด์ร่วมทุนนี้คงไม่หายไปไหนง่ายๆ คงจะอยู่กับเราไปอีกนานค่ะ







