
ออมสินเปิดขึ้นทะเบียนพักหนี้ครูภายในก.ค.นี้
"ธนาคารออมสิน" เตรียมสกัดหนี้เสียครู เปิดรับขึ้นทะเบียนพักหนี้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้
"ธนาคารออมสิน" เตรียมสกัดหนี้เสียครู เปิดรับขึ้นทะเบียนพักหนี้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินและกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกันออกมาตรการช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกค้าของธนาคารออมสินที่ประสบปัญหาต่างๆ จนมีผลต่อการดำรงชีวิต และกระทบต่อการชำระเงินกู้ให้แก่ธนาคาร ให้สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่ลดภาระการชำระหนี้ มีหนี้ค้างชำระ จนถึงขั้นถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดยจะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านต้นสังกัดเพื่อทำหนังสือรับรองได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2558 นี้เท่านั้น
สำหรับมาตรการช่วยลูกหนี้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่อยู่ในขั้นวิกฤต ได้แก่ ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดี หรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้จากสาเหตุที่จำเป็น หรือเป็นลูกหนี้ที่มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน โดยธนาคารจะชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี (มีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี) พักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้น จนเมื่อครบ 3 ปี ให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้เฉลี่ยจ่ายคืนรวมกับเงินงวดต่อไป
ขณะที่กลุ่มที่ 2.กลุ่มลูกหนี้ใกล้วิกฤต ได้แก่ ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12 งวดติดต่อกัน (ก่อนวันที่ 1 มิมิ.ย. 2558) จะให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ หลังจากนั้นเมื่อครบ 2 ปี ให้นำดอกเบี้ยที่พักไว้เฉลี่ยจ่ายคืนรวมกับเงินงวดต่อไป กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 12 งวดติดต่อกัน สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการของธนาคารออมสิน ส่วนกลุ่มที่ 4 ลูกหนี้ปกติ คือลูกหนี้ที่ยังไม่ได้ผิดนัดชำระ และสามารถบริหารจัดการหนี้ได้ ธนาคาร ให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดเงื่อนไขสำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่ปรับโครงสร้าง ลูกหนี้ยินยอมให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือนชดใช้หนี้ให้ธนาคารออมสิน และการปรับโครงสร้างนั้นได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่สำคัญที่สุดคือลูกหนี้จะต้องตกลงที่จะไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มกับสหกรณ์ออมทรัพย์อีก โดยให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ที่มีกับสหกรณ์ฯ และหากลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการนี้แล้วไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข 2 งวดติดต่อกัน ลูกหนี้จะต้องกลับเข้าสู่เงื่อนไขและกระบวนการตามสัญญาเดิม







