
อินโดฯห้ามธุรกรรม ใช้เงินสกุลต่างชาติ ไม่กระทบธุรกิจไทย
นักวิชาการ-นักธุรกิจชี้อินโดนีเซียห้ามใช้เงินสกุลต่างประเทศทำธุรกรรมในประเทศ ไม่กระทบธุรกิจไทย
นักวิชาการ-นักธุรกิจชี้อินโดนีเซียห้ามใช้เงินสกุลต่างประเทศทำธุรกรรมในประเทศ ไม่กระทบธุรกิจไทย
ธนาคารกลางอินโดนีเซียออกประกาศห้ามใช้เงินสกุลต่างประเทศ รวมถึงเงินสกุลเหรียญสหรัฐในการทำธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้สกุลเงินท้องถิ่นในภาวะที่ตลาดการเงินผันผวน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2558 โดยมีการแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่เดือน เม.ย.
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวครอบคลุมการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การจ่ายค่าที่พักอาศัย ค่าเครื่องบิน การเช่าอสังหาริมทรัพย์ และการจ่ายค่าแรง ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับสูงสุด 1,000 ล้านรูเปียห์
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางได้ประกาศข้อยกเว้นสำหรับโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการอนุมัติจากธนาคารกลางอินโดนีเซียแล้ว การนำเข้าส่งออก บัญชีเงินฝากในสกุลเงินต่างประเทศ เป็นต้น ขณะเดียวกันได้ผ่อนผันเวลาในการเปลี่ยนผ่านสำหรับบางธุรกิจ เช่น การซื้อน้ำมันที่มีการทำสัญญาชำระเงินในสกุลเงินต่างประเทศอยู่แล้ว แต่หากมีการต่ออายุสัญญาจะต้องปรับเป็นเงินรูเปียห์
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย ป้องกันการเก็งกำไร และป้องกันเงินทุนไหลเข้าออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินโดยตรง ไม่น่าจะส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศ
น.ส.เพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซึ่น เพ้นท์ บริษัทไทยซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า เรื่องความเสี่ยงค่าเงินขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการที่จะต้องทำประกันความเสี่ยง โดยในกรณีของบริษัทได้กำหนดราคาสินค้าเป็นสกุลเงินท้องถิ่นอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจในอินโดนีเซียยังมีปัญหากฎระเบียบอื่นที่เป็นปัญหาใหญ่กว่าและเป็นต้นทุนแฝง เช่น อายุใบอนุญาตทำงาน (เวิร์กเพอร์มิต) ที่ต้องต่ออายุทุกปี







