
กดปุ่มชินคันเซ็นกรุงเทพ-เชียงใหม่
นายกฯ ไทย-ญี่ปุ่น คุยกันชื่นมื่น ร่วมพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูง 672 กม. ร่วมพัฒนาทวายกับเมียนมา
นายกฯ ไทย-ญี่ปุ่น คุยกันชื่นมื่น ร่วมพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูง 672 กม. ร่วมพัฒนาทวายกับเมียนมา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายชินโสะอาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ เรือนรับรองรัฐบาลญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ภายหลังการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวร่วมกับนายกฯ ญี่ปุ่น โดยขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ประกาศจะให้ความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง และความมุ่งมั่นสนับสนุนไทยให้เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค
“ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะร่วมกันพัฒนารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รถไฟฟ้าสายสีแดง และมีแผนจะพัฒนาระบบรางให้เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ทั้งด้านบนและด้านล่างในอนาคต”
สำหรับโครงการความร่วมมือลงทุนครั้งนี้ ระยะทาง 672 กิโลเมตร จะสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร โดยใช้เทคโนโลยี ชินคันเซ็น ความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง เน้นการให้บริการผู้โดยสารเป็นหลัก และใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ระบุว่า แม้ว่าค่าบริการเดินรถไฟจะขาดทุน แต่บริษัทร่วมทุนจะมีรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางมาชดเชยรายจ่าย และยังจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เนื่องจากแนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
พัฒนาการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ไทย-ญี่ปุ่น-เมียนมา ได้ร่วมกันลงนามความร่วมมือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา ซึ่งจะเป็นประตูเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลกที่เชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิก ทั้งหมดนี้จะส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลให้กับเอกชนญี่ปุ่น ซึ่งมีไทยเป็นฐานการผลิต จุดเชื่อมโยง และศูนย์กลางการกระจายสินค้าในภูมิภาค โดยไทยยืนยันจะดูแลการลงทุนของญี่ปุ่นอย่างดีที่สุด
นอกจากนั้น ไทยและญี่ปุ่นได้หารือความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร เพื่อขยายการนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยมาในญี่ปุ่น โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพและญี่ปุ่นมีความต้องการในตลาดสูง เช่น เนื้อสุกรแปรรูป น้ำตาลดิบ แป้ง และผลไม้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือร่วมกันภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ส่งเสริมจับคู่ทางธุรกิจ
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความยินดีที่ได้พบกับ บริษัท มิตซุย ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้ามาลงทุนเมื่อ 100 ปีก่อน และประธานบริษัท มิตซุย ได้แสดงความสนใจที่จะดำเนินกิจการในประเทศไทยในหลายสาขา อาทิ การพัฒนารถไฟความเร็วสูง สินค้าเกษตร โครงการทวาย และยังหารือถึงการสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะผักและผลไม้ รวมถึงเรื่องน้ำตาล ได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นพิจารณาลดภาษี นอกจากนี้ นายกฯ ยังเชิญชวนให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นสนับสนุนเรื่องนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา หากติดขัดในเรื่องใดรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่







