เปิดท่าเรือเฟอรี่เชื่อมอ่าวไทยจากใต้ไปตะวันออก
เอกชน ถกคมนาคม พร้อมเปิดท่าเรือสมุยเชื่อมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยจากภาคใต้สู่ภาคตะวันออกภายในต้นปี 59
เอกชน ถกคมนาคม พร้อมเปิดท่าเรือสมุยเชื่อมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยจากภาคใต้สู่ภาคตะวันออกภายในต้นปี 59
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยหลังประชุมรายงานความคืบหน้าการเดินเรือเฟอร์รี่ในทะเลอ่าวไทย โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นประธานว่า บริษัท สยามอีสเทิร์นโลจิสติกส์ เทอร์มินอล ผู้ประกอบการกิจการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ได้แสดงความสนใจเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ เส้นทางตะวันออก จากสัตหีบ หรือศรีราชา ไปท่าเรือเกาะสมุย หรือท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับแจ้งว่ามีความพร้อมนำเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่มาได้ภายใน 6 เดือน และเปิดเส้นทางเดินเรือเชื่อมภาคตะวันออกกับสมุยได้ภายในต้นปี 2559
ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้กรมเจ้าท่า จะไปเร่งสำรวจความพร้อมของท่าเรือรองรับการเดินเรือเฟอร์รี่ก่อน ซึ่งในฝั่งภาคตะวันออกมีท่าเรือ
2 แห่งที่รองรับเรือขนาดใหญ่ คือ ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ ซึ่งอยู่ในส่วนของกองทัพเรือ และท่าเรือศรีราชาฮาร์เบอร์ เพื่อดูว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกใดที่ใช้ประโยชน์ได้บ้าง หรือต้องมีการพัฒนาส่วนใดเพิ่มเติม เช่น ท่าเรือจุกเสม็ดอาจต้องก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่ม ส่วนท่าเรือพัทยาคงไม่ได้ไป เพราะไม่สามารถรองรับเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ได้
“กรมเจ้าท่าจะใช้เวลาสำรวจความพร้อมท่าเรือจนถึงกลางเดือนก.ค.นี้เพื่อกลับมารายงานอีกครั้ง ขณะเดียวกัน บริษัทสยามอีสเทิร์น ก็จะไปศึกษาความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ ว่าควรมีจำนวนเที่ยวเรือ เส้นทางการเดินเรือเท่าไร ก่อนกลับมาหารือกันอีกครั้ง โดยกรมเจ้าท่าพร้อมเปิดกว้างเต็มที่ หากเอกชนสนใจเดินเรือ ก็สามารถเข้ามาหารือได้ ซึ่งนอกจากบริษัทสยามอีสเทิร์นฯ ก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการคุยกับ บริษัทกรีน ฟาสต์ เฟอร์รี่ที่สนใจเข้ามาเช่นกัน ซึ่งหากทำได้เร็วไม่ติดขัดอะไร ก็จะเปิดให้บริการได้ต้นปี 2559” นายจุฬา กล่าว
สำหรับเรือที่บริษัทสยามอีสเทิร์น นำเข้ามาเปิดให้บริการเรือเฟอร์รี่ สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 400 คน และรถได้อีก 100 คัน โดยเส้นทางเดินเรือชายฝั่งภาคตะวันออกไปสมุยมีระยะทาง 240 ไมล์ทะเล ใช้เวลาเพียง 5 ชม.เร็วกว่าการเดินทางโดยรถที่ต้องใช้ถึง 10 ชม.
นายจุฬากล่าวว่า ความคืบหน้าการปรับปรุงท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา เป็นผู้พัฒนา ขณะนี้ได้เริ่มปิดปรับปรุงท่าเรือปิ่นเกล้าแล้ว และจะปรับปรุงเสร็จพร้อมเปิดใช้บริการได้วันที่ 8 ส.ค.นี้ ตรงกับวันครบรอบก่อตั้งกรมเจ้าท่า โดยภายในท่าเรือ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น มีการแบ่งแยกทางขึ้นลงสำหรับเรือด่วน และเรือท่องเที่ยว มีที่นั่งรอ มีจอภาพและติดตั้งระบบจีพีเอส เพื่อระบุเส้นทางเรือ และระยะเวลาการเข้าออกจากท่า รวมถึงการจัดทำตั๋วเรือด่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้วย หลังจากนำร่องปรับปรุงท่าเรือปิ่นเกล้าเสร็จแล้ว จะเร่งปรับปรุงท่าเรือเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ท่าเรือสาทร และท่าเรือนนทบุรีให้เสร็จภายในปีนี้ ส่วนปีหน้าจะมีการปรับปรุงเพิ่มอีก 7 แห่ง รวมเป็น 10 แห่งภายในปี 2559


