posttoday
เปิดทางใช้ ‘วิธีพิเศษ’ คัดผู้รับเหมาลงทุนรถไฟไทย-จีน

เปิดทางใช้ ‘วิธีพิเศษ’ คัดผู้รับเหมาลงทุนรถไฟไทย-จีน

04 กรกฎาคม 2558

ต้องถือได้ว่าเป็นโครงการลงทุนที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง สำหรับโครงการความร่วมมือก่อสร้างรถไฟไทย-จีน

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ต้องถือได้ว่าเป็นโครงการลงทุนที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง สำหรับโครงการความร่วมมือก่อสร้างรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย 133 กิโลเมตร มูลค่าลงทุนเบื้องต้น 3-3.5 แสนล้านบาท

การประชุมร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 5 ในช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายไทย และ หวังเสี่ยวเทา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายจีน มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะเร่งสรุปแนวเส้นทางรถไฟทั้ง 4 ช่วงให้แล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้

ประกอบด้วย ช่วงกรุงเทพฯ-แก่งคอย และช่วงแก่งคอย-นครราชสีมา จะต้องสรุปแนวเส้นทางให้เสร็จวันที่ 15 ก.ค. ส่วนช่วงนครราชสีมา-หนองคาย และช่วงแก่งคอย-ระยอง จะต้องได้ข้อสรุปภายในเดือน ส.ค. จากนั้นจะสำรวจออกแบบ ก่อนเสนอโครงการพร้อมทั้งกรอบวงเงินลงทุนให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่ 10 ก.ย.นี้ และจะเริ่มก่อสร้างได้เร็วที่สุดในเดือน ต.ค. หรือช้าที่สุดไม่เกินเดือน ธ.ค.ปีนี้

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าในส่วนงานลงทุนโยธารถไฟไทย-จีน ซึ่งมีสมมติฐานวงเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นการว่าจ้างผู้รับเหมาจากไทยเป็นมูลค่า 70% ของมูลค่าก่อสร้าง โดยเฉพาะการก่อสร้างในพื้นที่ราบ ส่วนผู้รับเหมาจากจีนจะได้งาน 30% ของมูลค่าก่อสร้าง ในส่วนพื้นที่ที่มีอุปสรรคทางภูมิประเทศ

ขณะที่การประชุมครั้งล่าสุด ฝ่ายไทยยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนจัดหาขบวนรถและระบบอาณัติสัญญาณจะต้องตั้ง “บริษัทร่วมทุน” มาดำเนินการ จากข้อเสนอเดิมที่ฝ่ายจีนจะเป็นผู้ลงทุนส่วนใหญ่ และไทยจะลงทุนในเรื่องที่ทำได้ เช่น ไม้หมอนคอนกรีต ยางรองไม้หมอน และนอต โดยจะมีลักษณะเดียวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อการเดินรถและการบำรุงรักษา ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนมาดำเนินการในช่วงการประชุม 4 ครั้งที่ผ่านมา

“ฝ่ายจีนต้องการให้ฝ่ายไทยเร่งสรุปข้อตกลงกรอบการทำงาน (Frame Work Agreement) ทันที แต่ฝ่ายไทยยื่นข้อเสนอกลับไปว่าจะลงนามข้อตกลงดังกล่าวภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ หลังจากได้ผลสรุปการสำรวจออกแบบเส้นทางก่อสร้างรถไฟ ตลอดจนรูปแบบการควบคุมการเดินรถแล้ว” พล.อ.อ.ประจิน ระบุ

ล่าสุด พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การก่อสร้างงานโยธารถไฟไทย-จีน จะเปิดประมูลด้วย “วิธีพิเศษ” คือบริษัทไทยและบริษัทจีนที่จะเข้าร่วมประมูลได้ต้องอยู่ใน “บัญชีรายชื่อ” ผู้รับเหมาที่ฝ่ายไทยและฝ่ายจีนเห็นชอบร่วมกันก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดประมูลภายในเดือน ก.ย.นี้ พร้อมย้ำว่าได้มีการแบ่งสัดส่วนการลงทุนให้ผู้รับเหมาไทย 70% ซึ่งเน้นก่อสร้างเส้นทางรถไฟในที่ราบ ส่วนผู้รับเหมาจีนจะมีสัดส่วนการลงทุน 30% และจะลงทุนงานสร้างรางรถไฟลอดอุโมงค์หรือผ่านภูเขา โดยเฉพาะเส้นทางในช่วงนครราชสีมา-หนองคาย

“บริษัทที่ปรึกษาฯ ประเมินว่าหากสร้างรถไฟไทย-จีนให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง วงเงินลงทุนอยู่ที่ 4.2 แสนล้านบาท แต่เมื่อรัฐบาลอนุมัติให้สร้างรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ค่าก่อสร้างจะถูกลง และหากวันที่ 10 ก.ย. ที่ประชุม ครม.อนุมัติโครงการ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการร่างสัญญาและลงนามร่วมกันระหว่างฝ่ายไทยและฝ่ายจีน” พล.อ.อ.ประจิน ระบุ

พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า จีนยืนยันจะสนับสนุนแหล่งเงินกู้ในโครงการที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำและคงที่ตลอดอายุสัญญา ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่จีนเสนอจะต่ำกว่าเงินกู้จากแหล่งเงินอื่นๆ พร้อมทั้งเปิดเงื่อนไขการกู้เงินโดยไม่จำกัดสกุลเงินด้วย แต่ฝ่ายไทยยังไม่ตกลง เพราะต้องการให้มีข้อสรุปแบบก่อสร้างและวงเงินที่แน่นอนก่อน รวมทั้งต้องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากแหล่งอื่นๆ เช่น ยุโรป เยอรมนี โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่อนุมัติเงินกู้ให้ไทยในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงในอัตราเพียง 1.4% เท่านั้น

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บัญชีรายชื่อผู้รับเหมาฝ่ายไทยจะมีสิทธิเข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้าง พบว่ามีบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ของไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อ เช่น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัท ช.การช่าง และบริษัท ซิโน-ไทยฯ รวมทั้งกลุ่มกิจการร่วมค้าอื่นๆ

จึงต้องติดตามกันว่าข้อตกลงความร่วมมือรถไฟไทย-จีน และการจัดหาผู้รับเหมามาลงทุนงานโยธามูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท จะมีข้อสรุปอย่างไรในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านับจากนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ