พาณิชย์ตรวจตลาดพบอาหารทะเลลดลงแต่ไม่คุมราคา
พาณิชย์ไม่คุมราคาอาหารทะเลพบส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นกก.ละ30-100บาทประสานประมงน้ำจืดป้อนตลาด
พาณิชย์ไม่คุมราคาอาหารทะเลพบส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นกก.ละ30-100บาทประสานประมงน้ำจืดป้อนตลาด
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่สำรวจการจำหน่ายสินค้าอาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาคร หลังเกิดผลกระทบจากการหยุดเดินเรือว่า จากการตรวจตลาดพบว่าปริมาณสินค้าอาหารทะเลเข้าสู่ตลาดลดลงจริง ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสินค้ามีปริมาณน้อยลง เพราะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายประมง ทำให้เรือประมงบางส่วนไม่สามารถออกทำการประมงได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตทำประมงที่ถูกกฎหมาย
ทั้งนี้ พบว่าสินค้าอาหารทะเลที่มีอยู่ในสต๊อกห้องเย็น ยังสามารถรองรับการบริโภคได้อีกหลายเดือน แต่อาจจะมีการปรับขึ้นราคาตามความต้องการของตลาด ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลผู้ประกอบการห้องเย็น ให้ความร่วมมือไม่กักตุนสินค้าทำเพื่อกำไร และระบายสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง
“กรมจะไม่มีการประกาศราคาควบคุม เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการปรับราคาขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา แต่จะใช้วิธีส่งเจ้าหน้าออกตรวจตราอย่างเข้มงวด ให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคสินค้าประมงน้ำจืดและน้ำกร่อยทดแทนในช่วงที่อาหารทะเลมีราคาแพง โดยเบื้องต้นได้ประสานกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 135 รายใน 39 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าประมงน้ำจืดเข้าสู่ตลาดแล้ว”
น.ส.ชนกนาถ ติตะพานิชย์ ผู้ค้าอาหารทะเลสด ตลาดทะเลไทย กล่าวว่า อาหารทะเลสดในขณะนี้ปริมาณยังไม่ลดลง เนื่องจากมีเรือประมงทยอยกลับเข้าฝั่ง และยังมีสต็อกอาหารทะเลในห้องเย็นอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้แผงจำหน่ายสินค้ายังคงมีวางจำหน่ายปริมาณเท่าเดิม แต่ในส่วนของราคามีการปรับขึ้นบางชนิด เช่น ปลากะพง ปลาเต๋าเต้ยราคาสูงขึ้นเฉลี่ยกก.ละ 30-100 บาท
“บรรยากาศการจำหน่ายอาหารทะเลสดช่วงนี้ ไม่คึกคัก ตลาดซึมยาวตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมมา 2 เดือนแล้ว จากปกติที่ช่วงนี้ ตลาดควรจะคึกคัก แต่ยังพอมีรายได้จากนักท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์อยู่บ้าง ในภาพรวมยอดขายลดลง 10-15% จากช่วงปกติ แต่หากสถานการณ์หยุดเดินเรือประมงยังคงยืดเยื้อ คงต้องปรับแผนนำสัตว์น้ำจืดเข้ามาจำหน่ายแทน”
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า จากการสำรวจราคาของค้าภายในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า เช่น ปลาอินทรีย์ ราคาขึ้นมากก.ละ 80 บาท โดยจำหน่ายราคากก.ละ 250 บาท ปลากระพงขาว กก.ละ 250 บาท ปรับเพิ่มขึ้นมา 50 บาท ปลากะพงแดงราคากก.ละ 270 บาท ปรับเพิ่มขึ้นมา 40 บาท ส่วนปลาเก๋า ราคาสูงขึ้นค่อนข้างมากจากเดิมกก.ละ 300 บาทเพิ่มขึ้นมาเป็น 400 บาท เช่นเดียวกับปลาจาระเม็ดขาวที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กก.ละ 680 บาท ราคาสูงขึ้นมา 100 บาท ขณะที่กุ้งและปลาหมึกยังจำหน่ายในราคาเดิม กุ้ง 50 ตัวต่อกก.ราคา 250 บาท ปลาหมึกกล้วย กก.ละ 200 บาท







