posttoday
‘กูรู’ จับชีพจรเศรษฐกิจ มองค้าโลกหด-กติกากีดกันเพียบ

‘กูรู’ จับชีพจรเศรษฐกิจ มองค้าโลกหด-กติกากีดกันเพียบ

03 กรกฎาคม 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น ประกอบกับมีการกำหนดกฎระเบียบและมาตรฐานสากลใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก ทั้งยังเป็นปัจจัยที่จะเข้ามากดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทุกประเทศทั่วโลก

“ตั้งแต่ปี 2558-2563 เป็นต้นไป เราจะได้เห็นภาพการค้าโลกที่ขยายตัวในอัตราลดลง ไม่เหมือนกับเมื่อ 10 ปีก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากการค้าระหว่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสากล แต่ปัจจัยหลักๆ จะมาจากเศรษฐกิจจีน อินเดีย และประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของเอเชีย ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง ซึ่งเป็นผลจากห่วงโซ่การผลิตของโลกสั้นลง เพราะผู้ผลิตนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในสายการผลิตมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องส่งสินค้าไปผลิตจากหลายๆ ที่แล้วนำประกอบในที่หนึ่ง เหมือนเมื่อก่อน” ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน กล่าวในงานสัมมนา “ยุทธศาสตร์การลงทุนในภาวะเศรษฐกิจและภาวการณ์ลงทุนใหม่” เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

ณรงค์ชัย อธิบายว่า ในช่วงปี 2557 เริ่มเกิดปรากฏการณ์ที่ว่า อัตราการขยายตัวของการค้าโลกต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่การค้าโลกเติบโตในอัตราที่สูงกว่าจีดีพีโลกมาโดยตลอด เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานที่สั้นลง ส่งผลให้การส่งออกของไทยปรับตัวลดลงตาม จึงจำเป็น
ที่ไทยจะต้องปรับโครงสร้างการผลิตใหม่ และเปลี่ยนตลาดส่งออกโดยเน้นตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นเศรษฐกิจไทยน่าเติบโตได้ที่ระดับ 3-4% เท่านั้น

ณรงค์ชัย ยังระบุว่า กฎระเบียบใหม่ของโลก (New Common) ที่มีมากขึ้น จะเป็นตัวถ่วงและอุปสรรคต่อการค้าขายของไทย โดยเฉพาะการบังคับใช้มาตรฐานสากลที่เพิ่มขึ้นทุกวัน อาทิ การค้ามนุษย์ ที่เป็นมาตรฐานสากลที่ส่งผลกระทบต่อไทยมากที่สุด เพราะไทยอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยประเทศที่มีคนต้องการทำงาน แต่หางานทำในประเทศตัวเองไม่ได้ แรงงานเหล่านี้เข้ามาหางานทำในไทย

“มาตรการป้องกันและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของสหภาพยุโรป (อียู) จะส่งผลกระทบต่อไทยทันที หากสุดท้ายไทยไม่สามารถแก้ปัญหาการทำประมงได้ เพราะอียูจะไม่สั่งซื้อสินค้าประมงจากประเทศไทย และจะเห็นได้ว่าการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตรวจพบว่ามาตรฐานการบินของไทยไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ได้ส่งผลกระทบต่อไทยแล้ว” ณรงค์ชัย กล่าว

ณรงค์ชัย ย้ำว่า กติกาสากลใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการลงทุนก็ตาม ขณะที่ปัจจุบันจะพบว่าปัจจัยเรื่องกติกาและกฎระเบียบเป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนและความเสี่ยงในแทบจะทุกธุรกิจ ทั้งธุรกิจประมง แปรรูปอาหาร การบิน และการท่องเที่ยว ซึ่งไทยต้องปรับตัวให้ทันและดำเนินการตามมาตรฐานให้เสร็จภายใน 2 ปี เพื่อป้องกันอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ณรงค์ชัย ประเมินว่า ราคาพลังงานโลก เช่น ก๊าซ น้ำมัน และถ่านหิน จะอยู่ในระดับต่ำอีกนาน เนื่องจากสหรัฐสามารถผลิตพลังงานจากชั้นหินหรือเชลแก๊สได้ ซึ่งราคาพลังงานที่ต่ำจะลดต้นทุนการผลิตของไทย แต่ก็มีผลกระทบต่อไทยอย่างชัดเจน ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพารา ข้าว และน้ำตาล ที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำลง

ด้าน นิลสุวรรณ ลีลารัศมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีมาตรฐานใหม่ๆ ที่จะมีการนำมาบังคับใช้ในอนาคต ได้แก่ มาตรฐานในเรื่องดิจิทัล เทคโนโลยี ซึ่งหากภาคธุรกิจของไทยไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในภาพรวม เช่น การส่งข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโตที่ 3% และอัตราดอกเบี้ยไม่น่าจะลดลงต่ำกว่านี้แล้ว เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ย ไม่ได้ทำให้การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวจะพบว่ากติกาต่างๆ ของโลกเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบเศรษฐกิจไทย เช่น กรณี ICAO ที่ตรวจพบว่าไทยไม่ได้มาตรฐานทางด้านการบิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยที่พยุงเศรษฐกิจไทย หรือหากอียูให้ใบแดงไทยกรณีการทำประมงผิดกฎหมายจะทำให้สินค้าประมงส่งไปอียูไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท