
‘ที่ปรึกษาพิเศษฯ’ กรรมการปปช.
น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการไต่สวนคดีทุจริตต่างๆ ที่ถูกร้องมายัง ป.ป.ช.ได้มากพอสมควร
น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการไต่สวนคดีทุจริตต่างๆ ที่ถูกร้องมายัง ป.ป.ช.ได้มากพอสมควร
หลังมีการประกาศใช้ “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีประจำประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ. 2558” เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ป.ป.ช. พ.ศ. 2542
โดยประกาศฉบับดังกล่าวกำหนดให้มี “ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี” ประจำประธานกรรมการ ป.ป.ช. และประจำกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ และกลั่นกรองงานด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี งานให้ความเห็นทางกฎหมาย งานดำเนินคดีในศาล และงานนิติการเพื่อให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตเกี่ยวกับงานดังกล่าว ต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย
“เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และบรรลุผลตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการจ้างและแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีตามระเบียบนี้” สาระสำคัญของประกาศระบุ
สำหรับการแต่งตั้งและว่าจ้างที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีประจำประธานกรรมการ ป.ป.ช. และที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีประจำกรรมการ ป.ป.ช.นั้น จะแต่งตั้งได้คนละ 1 อัตรา ซึ่งที่ปรึกษาฯ จะปฏิบัติงานเต็มเวลาราชการปกติ โดยให้ได้รับผลตอบแทนเป็นรายเดือน เดือนละ 47,240 บาท/คน ได้เงินเพิ่มพิเศษเป็นรายเดือน 20,000 บาท/เดือน มีบำเหน็จตอบแทนซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นจากตำแหน่ง และประโยชน์อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด
นอกจากนี้ ในกรณีที่ที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีปฏิบัติหน้าที่มีความดีความชอบเป็นพิเศษ ให้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช.เสนอ
ด้านคุณสมบัติของที่ปรึกษาพิเศษฯ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น มีสัญชาติไทย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายซึ่งมีประสบการณ์สูงด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดีด้านการดำเนินคดีในศาล ด้านการให้ความเห็นทางกฎหมาย หรือด้านนิติการ มาแล้วเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้จัดการ กรรมการ ที่ปรึกษาตัวแทน หรือลูกจ้างของบุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือองค์กรใดๆ เป็นต้น
จึงต้องติดตามว่าการเพิ่มตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษด้านการไต่สวนและวินิจฉัยคดี จะทำให้การทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.คล่องตัวและรวดเร็ว รวมทั้งสามารถดำเนินการคดีที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช.ได้กว่า 8,000 คดีได้มากน้อยเพียงใด







