
กลางปีถึงเวลาทบทวน Position Limit ของ Stock Futures
เริ่มต้นเดือน ก.ค. หรือครึ่งหลังของปี 2558 กันแล้วนะครับ นอกจากเรื่องกลยุทธ์การลงทุนที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนควรติดตามการปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายที่จะส่งผลกระทบต่อนโยบายการลงทุนกันด้วยนะครับ ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำเรื่องเกี่ยวกับเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการซื้อขาย Stock Futures ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ก.ค. เป็นต้นมาบอกเล่ากันนะครับ
เริ่มต้นเดือน ก.ค. หรือครึ่งหลังของปี 2558 กันแล้วนะครับ นอกจากเรื่องกลยุทธ์การลงทุนที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนควรติดตามการปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายที่จะส่งผลกระทบต่อนโยบายการลงทุนกันด้วยนะครับ ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำเรื่องเกี่ยวกับเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการซื้อขาย Stock Futures ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ก.ค. เป็นต้นมาบอกเล่ากันนะครับ
การซื้อขายสินค้าใน TFEX มีการกำหนดแนวทางต่างๆ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีความมั่นใจในการซื้อขายตลอดจนดูแลให้ผู้ลงทุนไม่ให้มีการซื้อขายจนอาจมีความเสี่ยงสูงจนเกินไป โดยสำหรับ Stock Futures จะมีการกำหนดจำนวนสัญญาสูงสุดที่ผู้ลงทุนสามารถถือครองได้ หรือที่เรียกว่า Position Limit เอาไว้ โดยจะกำหนดเป็นระดับตามจำนวนหุ้นจดทะเบียนของหุ้นอ้างอิง ดังนั้น Position Limit ของ Stock Futures ที่อ้างอิงหุ้นต่างกันก็อาจมีจำนวนสัญญาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นจดทะเบียนที่จำหน่ายได้แล้วของหุ้นอ้างอิงนั้นๆ
การพิจารณา Position Limit ว่าจะมีระดับเท่าไร จะกำหนดเป็นสัดส่วนเทียบกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว โดยจะกำหนดให้ไม่เกิน 1% ของจำนวนหุ้นสามัญของหุ้นอ้างอิงที่ได้จำหน่ายแล้วทั้งหมดแล้วจึงแปลงมาเป็นจำนวนสัญญา Stock Futures ซึ่งกำหนดให้ 1 สัญญาเทียบเท่ากับหุ้น 1,000 หุ้น
ตัวอย่างเช่น หากหุ้นอ้างอิงมีหุ้นสามัญที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด 10,000,000,000 หุ้น ซึ่ง 1% ของหุ้นจำหน่ายแล้ว จะมีค่าเท่ากับ 10,000,000,000 x 1% = 100,000,000 หุ้น โดยเมื่อคิดเป็นจำนวนสัญญาที่มีขนาด 1,000 หุ้นต่อ 1 สัญญา ก็จะได้เท่ากับ 100,000 สัญญานั้นเอง (100,000,000/1,000) ซึ่งจะมีการกำหนดระดับที่คำนวณได้ดังกล่าวเป็น Position Limit ของ Stock Futures ที่อ้างอิงหุ้นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วของหุ้นอ้างอิงอาจมีจำนวนหุ้นถึงระดับหลักสิบหลักหน่วยหุ้นไม่เป็นตัวเลขกลมๆ เหมือนที่ยกเป็นตัวอย่าง ซึ่งเมื่อคำนวณ 1% และเทียบเท่าออกมาเป็นจำนวนสัญญา (ที่กำหนดให้ 1 สัญญาเท่ากับ 1,000 หุ้นนั้น) อาจจะได้ผลเป็นตัวเลขที่เป็นค่าย่อย ซึ่งอาจจะไม่สะดวกที่ผู้ลงทุนจะต้องติดตามและใช้งาน TFEX จึงประกาศปรับค่าที่คำนวณเป็นผลลัพธ์ให้มีค่าเป็นหน่วยของ 100 ที่ใกล้ที่สุด หรืออีกนัยหนึ่งคือจะมีการปัดค่า Position Limit ที่คำนวณตามเงื่อนไขข้างต้นให้เป็นหลัก “ร้อย” ที่ใกล้ที่สุด เพื่อความสะดวกในการใช้งานต่อไปนั่นเอง
นอกจากนี้ ในกรณีที่หุ้นอ้างอิงใดๆ ที่มีจำนวนหุ้นจำหน่ายแล้วไม่สูงมาก ก็จะมีการกำหนดระดับขั้นต่ำของ Position Limit ต้องไม่น้อยกว่า 20,000 สัญญาเป็นต้นไป ดังนั้น สำหรับ Stock Futures ใดๆ ที่มีหุ้นจดทะเบียนน้อยที่คำนวณ 1% เทียบเท่าได้สัญญาน้อยกว่า 20,000 สัญญา ก็จะอนุญาตให้กำหนด Position เท่ากับ 20,000 สัญญาแทน ตัวอย่างเช่น หุ้นอ้างอิงใน BBL และ AOT เป็นต้น
ทั้งนี้ จำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นเจ้าของหุ้นสามัญดังกล่าว ทั้งในด้านที่ปรับเพิ่มและปรับลด ดังนั้น TFEX จึงกำหนดให้มีการทบทวนระดับ Position Limit ให้สอดคล้องกับจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วที่เป็นค่าปัจจุบัน โดยกำหนดรอบการพิจารณาหลักไว้สองครั้งต่อปี คือ ช่วงครึ่งปีแรกของปี (ซึ่งจะใช้ข้อมูลในช่วงเดือน ธ.ค.ในการคำนวณ) และช่วงครึ่งปีหลัง (ใช้ข้อมูลในช่วงเดือน มิ.ย.ในการคำนวณ) ซึ่งสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 นี้ ก็มีการประกาศออกมาแล้ว โดยมี Stock Futures ที่ปรับเพิ่ม Position Limit ได้แก่ สัญญา HMPRO Futures, LH Futures, SIRI Futures และ TMB Futures
อย่างไรก็ตาม หากในช่วงระหว่างที่ยังไม่ถึงรอบการคำนวณ Position Limit ในช่วงครึ่งปีและปลายปีตามปกติแล้ว หากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วมีการปรับเปลี่ยนเกินกว่า 10% ของระดับที่ใช้ในการคำนวณครั้งที่แล้ว TFEX ก็จะประกาศปรับเปลี่ยนในระหว่างรอบทันที โดยผู้ลงทุนสามารถติดตามการปรับเปลี่ยน Position Limit ของ Stock Futures ได้ที่ข่าวการซื้อขายบนเว็บไซต์ TFEX (www.tfex.co.th) หรือสอบถามข้อมูลได้จาก Broker ที่ท่านเปิดบัญชีอนุพันธ์อยู่ก็ได้นะครับ







