
เปิดแผนรุ่นใหม่ดีวานา แตกแบรนด์เสริมแกร่ง
ธุรกิจโรงแรมจะอยู่ได้ยั่งยืนหรือไม่ พนักงานมีส่วนสำคัญอย่างมาก
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจโรงแรมจะอยู่ได้ยั่งยืนหรือไม่ พนักงานมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นหน้าด่านที่คอยให้บริการลูกค้า หากบริการดีก็ทำให้ลูกค้าประทับใจอยากกลับมาใช้บริการอีก หากให้บริการไม่ดี ก็พานทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจโรงแรมและอาจบอกต่อไปยังคนอื่นๆ ให้ไม่อยากมาใช้บริการไปด้วยดังนั้นผู้บริหารที่ดีจึงต้องให้ความสำคัญเรื่องบุคลากรมากๆ ไม่ใช่ให้ความสำคัญเฉพาะการออกแบบโรงแรมเท่านั้น
ศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีวานา กรุ๊ป เปิดเผยว่า เดิมทีครอบครัวทำธุรกิจก่อสร้างโครงการบ้านจัดสรรใน จ.ภูเก็ตมาก่อน เมื่อพี่สาวเรียนจบมีความสนใจทำธุรกิจโรงแรม 16 ปีก่อนจึงเปลี่ยนมาทำธุรกิจโรงแรม ซึ่งโดยส่วนตัวก็ได้เข้ามาช่วยพี่สาวดูแลธุรกิจโรงแรมทันทีหลังจากเรียนจบมา
“มองว่าการทำธุรกิจท่องเที่ยวไม่ยาก แต่มีความท้าทายให้เผชิญเรื่อยๆ ทั้งโรคระบาด เหตุวุ่นวายทางการเมือง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น ธุรกิจโรงแรมก็ยังต้องแบกภาระดูแลพนักงานต่อไป เช่น บริษัทมีพนักงาน 180 คน ก็ต้องดูแลให้ได้ และก็ต้องดูแลผลการดำเนินงานด้วย”
ทั้งนี้ เป็นความโชคดีของบริษัทที่มีอัตราพนักงานเข้า-ออกไม่สูง ส่วนใหญ่จะอยู่กับบริษัทระยะเวลานาน จึงไม่ประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรมากเท่ากับที่ผู้ประกอบการโรงแรมอื่นๆ เผชิญ แต่ความท้าทายที่ต้องเจอคือ เมื่อพนักงานอยู่มานานจะรู้สึกการทำงานไม่ท้าทาย ดังนั้นบริษัทก็จะให้ความสำคัญเรื่องการจัดฝึกอบรมพนักงานทุกปี มอบหมายงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกได้เจอความท้าทายใหม่ๆ ผสมผสานไปกับการจัดกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดให้
นอกเหนือจากการบริหารบุคลากรให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่เน้นคือสร้างรากฐานเครือดีวานา กรุ๊ป ให้แข็งแกร่งในพื้นที่ที่ตั้งต้นธุรกิจก่อน จากนั้นจะกระจายออกไปยังจังหวัดท่องเที่ยวหลักอื่นในไทย เบื้องต้นจังหวัดที่มองไว้ว่าจะไปอันดับแรกๆ คือ กรุงเทพฯ กับ เชียงใหม่ และหากมีโอกาสในอนาคตก็จะขยายแบรนด์ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ศึกษิต กล่าวว่า ปัจจุบันดีวานา กรุ๊ป มีโรงแรมให้บริการทั้งหมด 4 แห่ง อยู่ในภูเก็ต 2 แห่ง กระบี่ 2 แห่ง โดยในภูเก็ต โรงแรมแรก คือ ดีวานา ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ สปา ระดับ 3 ดาว เปิดมา 16 ปี เพิ่งปรับปรุงไปเมื่อปีที่ผ่านมา มีพื้นที่เกือบ 30 ไร่ 225 ห้อง ในอนาคตมีแผนแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกโซนที่พักชั้นเดียวจะสร้างใหม่เป็นอาคาร 7 ชั้น ยกระดับเป็นโรงแรม 4 ดาว อีกส่วนสร้างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ปัจจุบันยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ระดับนานาชาติมาบริหารเอง หรือใช้แบรนด์ตัวเองที่มีอยู่ และยังไม่ได้ประเมินงบลงทุน ตั้งเป้าทำโครงการให้พร้อมเปิดบริการปี 2563
โรงแรมที่เหลือคือ ดีวานา พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง ดีวานา พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง และเอ็มเมอรัล การ์เด้น รีสอร์ท โดยโรงแรมหลังสุดเพิ่งซื้อกิจการมา 220 ล้านบาท หลังจากนี้จะใช้งบ 100 ล้านบาท ปรับปรุงยกระดับจากโรงแรม 3 ดาว เป็นโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูติก โฮเต็ล) 4 ดาว พร้อมกับรีแบรนด์เป็น ดีวานา คาดเปิดบริการได้เดือน เม.ย. 2559 นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสปาแบรนด์โอเรียนทาลา ที่เปิดบริการมา 10 ปีแล้ว ย่านหาดป่าตองหน้าโรงแรมในเครือดีวานาทั้งหมด
นอกจากนี้ ดีวานายังเตรียมเปิดบริการโรงแรมเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ รามาดา ภูเก็ต ดีวานา 206 ห้อง ซึ่งซื้อแฟรนไชส์รามาดามาบริหารเอง ลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท จะเปิดบริการเดือน ส.ค.นี้ พร้อมกันนี้ได้ลงทุนขยายแบรนด์ใหม่ “รีเซนต้า” เพื่อเป็นโรงแรมและเรสซิเดนซ์ แบ่งให้เข้าพักรายวันครึ่งหนึ่งและรายเดือนครึ่งหนึ่ง แห่งแรกชื่อ รีเซนต้า สวีท ภูเก็ต สวนหลวง เป็นห้องพักพร้อมห้องนั่งเล่น 48 ห้อง อีกแห่งคือรีเซนต้า ภูเก็ต สวนหลวง เป็นห้องนอนแบบสตูดิโอ 66 ห้อง ลงทุนแห่งละ 90 ล้านบาท คาดเปิดบริการได้ในเดือน ม.ค. 2559
“ตลาดภูเก็ตมีคนทำงานอยู่มาก โดยเฉพาะหลังจากกลุ่มค้าปลีกใหญ่มาลงทุน มีคนตามมาทำงานด้วย คนกลุ่มนี้ต้องการหาที่พักที่เป็นรายเดือนที่มีความสะดวกสบายเทียบเคียงโรงแรม จึงทำแบรนด์รีเซนต้าขึ้นมา โดยรีเซนต้าออกแบบภายใต้แนวคิด รีสอร์ท เซ็นเตอร์ มีบรรยากาศล้อมรอบด้วยสวน ตอบสนองคนที่ต้องการพักผ่อน ตกแต่งภายในด้วยกลิ่นอายความเป็นที่อยู่อาศัยของคนภูเก็ต เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความเป็นที่พักแบบภูเก็ต” ศึกษิต กล่าว
สำหรับกลยุทธ์สำคัญที่ใช้ดูแลธุรกิจโรงแรมคือ จะให้ความสำคัญอย่างมากเรื่องคุณภาพ โดยจะปรับปรุงย่อยโรงแรมทุก 2-3 ปี และปรับปรุงครั้งใหญ่ทุก 7 ปี เพื่อให้ตัวโรงแรมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ไม่ปล่อยให้โรงแรมเสื่อมโทรม เพราะลูกค้าที่เคยมาใช้บริการและกลับมาใช้บริการอีกในอนาคตก็มักจะคาดหวังได้รับการบริการและพักในโรงแรมที่มีคุณภาพเท่าเดิมหรือดีขึ้น ขณะเดียวกันการพัฒนาคุณภาพตลอดเวลาจะทำให้โรงแรมแข่งขันกับโรงแรมที่เป็นเครือระดับนานาชาติได้ โดยที่อาจจะทำราคาห้องพักได้ดีกว่าด้วยซ้ำ
ถือเป็นผู้บริหารโรงแรมรุ่นใหม่อีกรายที่มีไฟแรงสูงและน่าจับตามอง โดยเฉพาะการขยายแบรนด์ใหม่ๆ อย่างรีเซนต้าที่ปั้นขึ้นมาเองกับมือ







