posttoday
สูงสุดสู่สามัญใช้คุณภาพสู้ศึกราคา

สูงสุดสู่สามัญใช้คุณภาพสู้ศึกราคา

03 กรกฎาคม 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

ภาพรวมตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเซ็กเมนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สูตรเข้มข้น เนื่องจากมีราคาสูงกว่าสูตรปกติ ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซากำลังซื้อชะลอตัวเช่นนี้ ผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งจึงหันมาประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการกลับมาซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรปกติใช้เหมือนเดิม

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตเพียง 18% เท่านั้น ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าปีก่อนๆ ซึ่งจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 70-80%

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาทนั้น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6-8% เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการจึงหันมาแข่งขันในเรื่องของการทำโปรโมชั่นแถมและลดราคาสินค้า

อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มจะชะลอตัว แต่ในส่วนของแบรนด์ไฮยีน ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี  โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามียอดขายเติบโตอยู่ที่ 13% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงต้นปีว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6-7%

ธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ.พี.เทรดดิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่มและน้ำยารีดผ้าภายใต้แบรนด์ไฮยีน กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจน้ำยาปรับผ้านุ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 และลดราคาสินค้า เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีผู้ประกอบการจึงต้องออกมาทำการตลาดในรูปแบบดังกล่าว เพื่อกระตุ้นยดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับในส่วนของแบรนด์ไฮยีนไม่ได้เน้นการแข่งขันในรูปแบบดังกล่าว แต่จะเน้นไปที่การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด ซึ่งในส่วนของปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดด้วยกัน 2 รายการ และปรับปรุงสินค้าเก่าอีก 1 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ก็มีการเพิ่มความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์สินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยในส่วนของกลุ่มสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มปัจจุบันมีสินค้าให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาด 330 มล. ราคา 39 บาท ขนาด 600 มล. ราคา 65 บาท และขนาดทดลอง 24 มล. ราคา 4 บาท เป็นต้น

ธิติ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเข้ามาทำตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่ม บริษัทเคยทำโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการทำตลาดที่ไม่ยั่งยืน บริษัทจึงหันมาปรับแผนการตลาดด้วยการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นเข้ามาทำตลาด ซึ่งก็พบว่าได้ผลการตอบรับที่ดี และทำให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ แฮปปี้ ซันชายน์ สูตรเข้มข้นเข้ามาทำตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า โดยหลังจากออกมาเดินหน้าทำตลาดสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ไฮยีน คาดว่าจะมียอดขายในกลุ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาท

ปัจจุบันไฮยีนมีส่วนแบ่งตลาดในสูตรเข้มข้น 5-6% ตั้งเป้าสิ้นปีจะเป็น 10% เป็นอันดับ 3 ในตลาดรองจากคอมฟอร์ท ซึ่งมีส่วนแบ่ง 30% และอันดับแรกดาวน์นี่ ส่วนแบ่ง 54%

ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่าหลายครั้งกลยุทธ์สูงสุดก็คืนสู่สามัญ เน้นคุณภาพสู้ศึกตัดราคาได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ