
ภัยคุกคาม APT ระบาด แนะองค์กรลงทุนป้องกัน
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หลังจากภัยคุกคามประเภท Advance Presistent Threats (APT) ที่เข้ามาจู่โจมธุรกิจองค์กรครั้งแรกเมื่อปี 2550 ได้กลับมาระบาดอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภัยคุกคามที่เข้าไปขโมยข้อมูลในกลุ่มภาครัฐ ถึงแม้ในไทยจะไม่สามารถเก็บตัวเลขที่ชัดเจน แต่การลงทุนด้านระบบความปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐในปีนี้ ทำให้เห็นได้ถึงมาตรการป้องกันที่ระมัดระวังมากกว่าเดิม
วิทยา จูงหัตถการสาธิต ผู้จัดการฝ่ายช่องทางการขาย บริษัท ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐเริ่มถูกจู่โจมในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ รองลงมาคือ สถาบันการเงินและธุรกิจเอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีเอกสารหรือข้อมูลจำนวนมาก
ธุรกิจสื่อสารของไทยเองก็เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น เห็นได้จากสถานีโทรทัศน์ชื่อดังของไทยที่เพิ่งประสบปัญหาโดนเปลี่ยนหน้าเพจเว็บไซต์ ทำให้ประสบปัญหาเสียชื่อเสียง จึงต้องมีความรัดกุมในการแก้ปัญหามากกว่านี้
สำหรับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นมานั้น จะเป็นรูปแบบของมัลแวร์ที่อยู่ในรูปแบบไฟล์ต่างๆ ที่ส่งเข้ามาทางช่องโหว่ของระบบและอุปกรณ์ต่างๆ และค่อยๆ ขโมยข้อมูลที่มีความสำคัญไปจากระบบมากมาย โดยยังไม่มีโซลูชั่นใดที่ป้องกันภัยเหล่านี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ
“มีผู้ให้บริการเพียง 11 ราย จาก 55 รายทั่วโลก ที่สามารถดักจับและแก้ปัญหาไวรัสอย่างนี้ได้อย่างแท้จริง ทำให้การออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อป้องกันนั้น จะช่วยสร้างกรอบแนวทางเมื่อดักจับมัลแวร์ได้แล้ว คือ ป้องกัน (Prevent) ดักจับ (Detect) โต้ตอบ (Mitigate) เพื่อให้อุปกรณ์ในเครือข่ายขององค์กร สามารถเตรียมรับมือและป้องกันหากมีการเข้ามาจู่โจมรูปแบบอื่น” วิทยา กล่าว
ปัจจุบัน ฟอร์ติเน็ต เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ให้บริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยด้านเครือข่าย ซึ่งไทยถือว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่สร้างรายได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในกลุ่มลูกค้าเอเชีย ไทยถือว่าเป็นลูกค้าอันดับ 1 ที่ใช้งานซอฟต์แวร์ของฟอร์ติเน็ต เพราะเราสามารถดักจับความเสี่ยงและไวรัสต่างๆ ได้ละเอียดที่สุดจึงเชื่อมั่นว่าในผลิตภัณฑ์ชุดใหม่นี้ จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทในปีนี้ไม่น้อยกว่า 10%
วิทยา กล่าวว่า สัดส่วนฐานลูกค้าทั่วโลก ทวีปอเมริกาอยู่ที่ 43% ทวีปยุโรป (EMEA) 36% และเอเชีย (APAC) 21% โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์อยู่ที่ 37% ระดับกลาง 26% และระดับล่าง 37% ซึ่งในแต่ละปีกลุ่มลูกค้าระดับกลางกับสูงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20% ทุกปี
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการสั่งจ่ายที่ล่าช้าของภาครัฐ ทำให้การลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยในปีที่ผ่านมาลดลง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีการอนุมัติงบเพื่อนำไปใช้ลงทุนด้านระบบการป้องกันภัยมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องเร่งพัฒนาช่องทางการขายใหม่ๆ ให้แข็งแกร่งขึ้น และหาพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ มาเสริมทัพ เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจแก่ลูกค้า
ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการจะมีทั้งแบบฮาร์ดแวร์และเวอร์ชวล เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันของลูกค้า







