
DogWatch บุกไทย ฉีกตลาดแกดเจ็ตสัตว์เลี้ยง
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในบ้านเราเติบโตในอัตรา 2 หลักต่อเนื่อง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในบ้านเราเติบโตในอัตรา 2 หลักต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้ที่คาดว่าอุตสาหกรรมจะขยายตัว 20% หรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท จากการมีผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ทั้งภาคสินค้าและบริการที่ทยอยเข้ามาในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งรวมถึงสินค้าอุปกรณ์ไอทีหรือแกดเจ็ตสำหรับสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวด้วย
ภัสสร โสพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ็ทโพรเทคธ์ ตัวแทนนำเข้าสินค้าอุปกรณ์ไอทีเพื่อความปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ DogWatch จากสหรัฐ เล่าให้ฟังถึงที่มาของธุรกิจดังกล่าวว่าเริ่มขึ้นเมื่อปีก่อน จากการเป็นผู้เลี้ยงแมวในคอนโดมิเนียมในชั้นที่สูงมาก และมีความกังวลว่าแมวที่เลี้ยงอยู่อาจพลัดตกลงไปได้หากเปิดประตูนอกระเบียงทิ้งเอาไว้
จากความกังวลนี่เองจึงได้นำไปสู่การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงผ่านทางเว็บไซต์ กระทั่งพบกับอุปกรณ์ ด็อกวอตช์พร้อมกับศึกษาข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตวางแนวคิดสินค้าในลักษณะ “ฟรีดอม เซฟตี้” การจำกัดพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงในบริเวณที่ปลอดภัย จากนั้นก็ลองสั่งซื้อสินค้าตรงจากทางสหรัฐมาใช้กับแมวที่เลี้ยงไว้ด้วยตัวเอง
สำหรับหลักการทำงานอุปกรณ์ด็อกวอตช์ จะเป็นชุดอุปกรณ์ที่มีการส่งสัญญาณจากตัวกล่องที่ติดตั้งด้วยคลื่นวิทยุเอฟเอ็มความถี่ต่ำกระจายออกไปยังปลอกคอที่สุนัขหรือแมวสวมไว้ พร้อมส่งสัญญาณเสียงหรือความสั่นเตือนไปยังตัวสัตว์เลี้ยงบริเวณปลอกคอ ที่เปรียบเสมือนเป็นรั้วอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเพื่อกำหนดบริเวณสำหรับสัตว์เลี้ยง
พร้อมเกิดความสนใจนำอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในไทย โดยติดต่อไปยังเจ้าของสินค้าโดยตรงที่สหรัฐ ซึ่งมีขั้นตอนการสัมภาษณ์ต่างๆ กระทั่งได้รับสิทธิเพื่อทำตลาดสินค้าภายใต้แบรนด์ด็อกวอตช์ เป็นรายแรกในภูมิภาคเอเชีย โดยในช่วงแรกใช้งบประมาณเพื่อลงทุนกิจการของตัวเองในตัวเลข 7 หลัก พร้อมเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังในปีนี้
สำหรับสินค้าในกลุ่มด็อกวอตช์ที่จะเข้ามาทำตลาดในไทยเบื้องต้น ประกอบด้วย ด็อกวอตช์ ฮิดเดน เฟนซ์ (DogWatch Hidden Fence) รั้วอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะกำหนดบริเวณสัตว์เลี้ยงสำหรับภายในและภายนอก อาคารหรือบริเวณ อุปกรณ์รีโมทฝึกสุนัข (BigLeash Remote Trainer) อุปกรณ์ปลอกฝึกเข้าคอสายจูงสุนัข (The SideWalker) และสุดท้ายอุปกรณ์ควบคุมการเห่าของสุนัข (The BrakCollar)
“อุปกรณ์ทั้งหมดจัดเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ยังใหม่ในตลาดเมืองไทย ซึ่งบริษัทวางตำแหน่งเป็นสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในระดับพรีเมียม จากราคาที่เตรียมวางตลาดในระดับหลักหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงในไทยที่มีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่องในอนาคตด้วย” ภัสสร กล่าว
ขณะที่ช่องทางการทำตลาดสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับสัตว์เลี้ยงกลุ่มแบรนด์ด็อกวอตช์ ในเบื้องต้นจะทำตลาดในช่องทางการค้าออนไลน์เป็นหลักผ่านเว็บไซต์ www.dogwatchthailand.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/dogwatchthailand เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่นิยมหาข้อมูลสินค้าต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ
จากนั้นวางแผนขยายช่องทางการทำตลาดใหม่ๆ อาทิ โรงเรียนสอนฝึกสุนัข ร้านค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และโรงพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ซึ่งสินค้าดังกล่าวยังเป็นแนวโน้มเดียวกับความต้องการในตลาดต่างประเทศในปัจจุบันที่ผู้เลี้ยงต่างหันมาดูแลหรือเพิ่มความปอลดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงในสถานที่ต่างๆ มากขึ้น และเชื่อว่าตลาดในประเทศไทยจะไปในทิศทางนี้เช่นกัน
โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้เลี้ยงแมวในไทยที่พบว่าเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ ยังไม่นับกลุ่มประชากรสุนัขที่นิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากแผนธุรกิจที่วางไว้พร้อมแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในไทย คาดว่าจะผลักดันให้บริษัทถึงจุดคุ้มทุนทางธุรกิจได้ภายใน 2 ปีนับจากนี้
ในยุคที่โลกออนไลน์เชื่อมต่อกับทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน







