posttoday
ร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ญี่ปุ่น วิ่งตามไม่ทันยุคสมัยใหม่

ร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ญี่ปุ่น วิ่งตามไม่ทันยุคสมัยใหม่

03 กรกฎาคม 2558

ค่อนข้างตกเป็นข่าวครึกโครมในประเทศญี่ปุ่นสำหรับความไม่ลงรอยภายในธุรกิจ “โอซึกะ คากุ”

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

ค่อนข้างตกเป็นข่าวครึกโครมในประเทศญี่ปุ่นสำหรับความไม่ลงรอยภายในธุรกิจ “โอซึกะ คากุ” บริษัทค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังและเก่าแก่ในญี่ปุ่น ซึ่งสาเหตุที่เป็นข่าวดังก็เนื่องจากว่า คัทซึฮิซะ โอซึกะ ประธานและผู้ก่อตั้งของโอซึกะ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและพยายามไล่ คูมิโกะ โอซึกะ ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทซึ่งเป็นลูกสาวๆ แท้ออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นในเรื่องความไม่ลงรอยกันในครอบครัว ซึ่งมักไม่ค่อยได้เห็นในที่สาธารณะของสังคมญี่ปุ่นกลับไม่ใช่เพียงปัญหาเดียวของธุรกิจแห่งนี้ที่ทำให้ผลประกอบการย่ำแย่ลง โดยเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เจแปน ไทมส์ รายงานกึ่งวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจเก่าแก่แห่งนี้

ปัจจัยแรก คือ “การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการบริการของธุรกิจ” คูมิโกะ ผู้บริหารสูงสุด วัย 42 ปี เชื่อว่าระบบสมาชิกที่พ่อเคยใช้นั้นมันไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้ ในสมัยก่อนเมื่อลูกค้ามาที่ร้านของโอซึกะเป็นครั้งแรก ลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลและเป็นสมาชิกเสียก่อน ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ของร้านพาเดินชมไปรอบๆ ร้าน ซึ่ง
คูมิโกะต้องการที่จะยกเลิกระบบนี้ และทำให้ร้านโอซึกะนั้นเปิดรับต่อบุคคลทั่วๆ ไป โดยไม่ต้องมีระบบสมาชิกและไม่มีเจ้าหน้าที่เดินตาม จนกว่าลูกค้าจะเรียกเพื่อขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม คัทซึฮิซะ ผู้เป็นพ่อกลับไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว โดยมองว่าระบบเดิมนั้นทำให้ธุรกิจแตกต่างและที่สำคัญที่สุดคือดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีความร่ำรวย มิฉะนั้นแล้วก็จะเหมือนกับร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วๆ ไป พร้อมกับยังมีความคิดที่ว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิต โดยเฉพาะสำหรับคู่แต่งงานที่ตามธรรมเนียมดั้งเดิมแล้วเมื่อแต่งงาน ทางครอบครัวของเจ้าสาวจะเป็นผู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด

ทว่าคู่แต่งงานในยุคปัจจุบันของแดนปลาดิบกลับมีวิธีคิดที่เปลี่ยนไป โดยคนรุ่นใหม่มักจะตัดสินใจเรื่องการตกแต่งภายในบ้านด้วยตนเองและไม่เป็นทางการมากขึ้น

กระแสความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสังเกตได้ชัดเจนจากผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายอื่น เช่น มูจิ นิโทริ และอิเกีย ที่ได้มีวิธีการต่างๆ ในการท้าทายต่อรูปแบบการขายของโอซึกะมากกว่าคูมิโกะ โดยร้านเหล่านี้ไม่เพียงแต่ขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าโอซึกะ ทว่ายังมีความสวยงามที่ผสมผสานไปด้วย เนื่องจากว่าสินค้าของธุรกิจเหล่านี้ทำขึ้นให้สอดคล้องกับการตกแต่งที่ลงตัวในบ้าน

ในทางกลับกันโอซึกะกลับเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์จากผู้ค้าส่งและผู้ผลิตต่างๆ ที่มีความแตกต่างหลากหลายและกระจัดกระจายมากกว่า

อิเกียนั้นมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจ คือ ผู้บริโภคสามารถประกอบสินค้าได้ด้วยตนเอง อีกทั้งคนรุ่นใหม่ที่มีรูปแบบการการแสดงออกที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้นก็กลายเป็นลูกค้าของอิเกีย ส่วนในกรณีของนิโทรินั้นไม่เพียงแต่สินค้าจะมีราคาถูก ธุรกิจเองยังมีการบริการให้กับลูกค้า เช่น ขายม่านที่สั่งทำพิเศษ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โอซึกะไม่เป็นที่สนใจ ก็เนื่องจากว่าผู้บริโภคในปัจจุบันไม่คิดว่าช่างไม้หรือคนทำเฟอร์นิเจอร์ชาวญี่ปุ่นเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกอีกแล้ว

ขณะเดียวกันตามปกติแล้วช่างฝีมือญี่ปุ่นจะชื่นชอบไม้เนื้อแข็ง ทว่าต้นไม้ที่ให้ไม้ลักษณะดังกล่าวถูกตัดทิ้งไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และไม้เนื้ออ่อนที่เข้ามาแทนที่ก็ไม่ได้รับความนิยม ฉะนั้นแล้วไม้เนื้อแข็งคุณภาพดีจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งได้ส่งผลกระทบทางลบต่อการผลิตเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ

ในอดีตโอซึกะและร้านขายเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ สามารถอาศัยประโยชน์จากความชื่นชอบของผู้คนที่ชอบงานฝีมือแบบญี่ปุ่นสร้างกำไรได้จำนวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่จำเป็นต้องขายสินค้าในปริมาณมากเพื่ออยู่รอด ทว่าในปัจจุบันผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมีรสนิยมที่เปลี่ยนไปและมีความมั่นใจในความต้องการในที่อยู่อาศัยที่จะตรงกับรสนิยมเหล่านั้นด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท