
เอกชนตั้งรับเศรษฐกิจจีนหด
ขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มมีความกังวลใจกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่อาจจะเกิดปัญหาในอีกไม่นานนี้
ขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มมีความกังวลใจกับภาวะเศรษฐกิจจีนที่อาจจะเกิดปัญหาในอีกไม่นานนี้ นอกจากการส่งออกแล้ว ภาคการท่องเที่ยวก็น่าเป็นห่วงจะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะตลาดจีนเป็นตลาดที่สำคัญของไทยในขณะนี้ สมชัยรัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเอ-วัน กล่าวว่า ไม่กังวลฟองสบู่จีนกระทบท่องเที่ยว เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก หากเศรษฐกิจจีนมีปัญหา ก็ยังมีตลาดอาเซียนที่ดึงมาชดเชยได้
ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจีนจะเกิดฟองสบู่ และถึงแม้เกิดจริงคงไม่ใช่ทุกเมือง ท่องเที่ยวคงไม่ได้รับผลกระทบเพราะจีนมีประชากรมาก ซึ่งคงไม่ได้รับผลกระทบไปทั้งหมด และมีอีกหลายกลุ่มยังไม่เคยมาไทย
วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออกฯ เปิดเผยว่า ในการประเมินการส่งออกปี 2558 ที่สภาผู้ส่งออกฯ ได้ลดประมาณการลงมาเหลือลบ 2% นั้น อยู่ภายใต้ประมาณการว่าเศรษฐกิจจีนจะดีขึ้น เห็นได้จากสัญญาณการส่งออกของไทยไปจีนที่เริ่มกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นมา จากที่ติดลบไป 10-12% ในช่วง 3 เดือนแรก
อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวการณ์ตามที่ ธปท. ประเมินว่าจีนกำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่แล้วเกิดฟองสบู่แตกนั้น ก็เป็นไปได้ที่จะเห็นการส่งออกของไทยจะติดลบมากกว่าลบ 2% แต่จะเป็นเท่าไรจะต้องติดตามสถานการณ์ก่อน ทั้งนี้เพราะหากฟองสบู่แตกแน่นอนว่าปัญหาจะอยู่ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธนาคารพาณิชย์ ที่แม้เกิดปัญหาแล้วธนาคารกลางของจีนจะรับมือได้ด้วยการที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่จำนวนมาก แต่ที่จะเกิดขึ้นคือปัญหาต่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการบริโภคที่จะลดลง ซึ่งส่งผลต่อการนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย
ทั้งนี้ สินค้าจากที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหากเศรษฐกิจจีนมีปัญหา คือ สินค้าที่เป็นวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เนื่องจากจีนมีการนำเข้าเพื่อไปประกอบจำนวนมาก เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า พลาสติก ส่วนที่เป็นวัตถุดิบนั้นคือยางพารา แต่ยางผลกระทบอาจจะเริ่มลดลง เนื่องจากตอนนี้ผู้ผลิตจากจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตยางล้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้น “ถ้าแยกเป็น Single Country (ประเทศเดี่ยว) ถือว่าจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของไทยในเวลานี้ ตอนนี้สภาผู้ส่งออกฯ ยังมองว่าจีนจะดีขึ้น แต่ถ้าเกิดปัญหากับเศรษฐกิจจีนการส่งออกไทยก็คงจะลดลงไปอีก” วัลลภ กล่าว
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าจากการประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าครึ่งปีหลังนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้ทางการท่องเที่ยวเติบโตถึง 2.3 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.2 ล้านล้านบาท
ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เปิดเผยว่า ในปีนี้ ททท.จะมุ่งผลักดันให้นักท่องเที่ยวจีนเป็นทัวร์คุณภาพมากขึ้น โดยมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับกลางถึงระดับบน ซึ่งกลุ่มนี้จะมีรายได้เฉลี่ย 2-6 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปี เทียบจากที่ผ่านมาคนจีนที่เดินทางมาไทยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวตลาดล่างถึงระดับกลางเป็นหลัก
ทั้งนี้ ททท.เตรียมรุกตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยครั้งแรกเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้าการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวจีนปีหน้าเฉลี่ย 5.01 หมื่นบาท/ทริป เทียบกับปีนี้ 4.48 หมื่นบาท/ทริป จะขยายฐานนักท่องเที่ยวในแถบจีนตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและบางส่วนยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งในปีหน้าตั้งเป้าคนจีนเดินทางมาไทยปีหน้า 8 ล้านคน สร้างรายได้ 4.01 แสนล้านบาท เทียบกับปีนี้ 7.5 ล้านคน สร้างรายได้ 3.3 แสนล้านบาท
สำหรับแนวทางการผลักดันให้ตลาดจีนเดินทางมาไทยได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น ต้องมีปัจจัยในส่วนอื่นสนับสนุน เช่น การเปิดอีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการขยายสถานกงสุล หรือสถานที่ทำวีซ่าให้กับคนจีน ครอบคลุมพื้นที่นักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 8 แห่ง แต่ระยะทางที่ตั้งอาจไกลกับพื้นที่เป้าหมาย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สะดวกในการเดินทางมาทำวีซ่า ในส่วนนี้ ททท.จะเสนอแนวทางต่อกระทรวงการต่างประเทศในลำดับต่อไป
เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แอตต้าออกกฎเหล็กกับบริษัททัวร์ที่เป็นสมาชิกแอตต้า 350 บริษัทที่ทำตลาดจีน ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ห้ามทัวร์ทิ้งนักท่องเที่ยวจีน 2.ต้องมีมัคคุเทศก์ (ไกด์) คนไทยประจำรถบัสทุกครั้ง และ3.ห้ามข่มขู่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวแอตต้าสามารถถอนสิทธิการเป็นสมาชิก และแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







