posttoday
มาร์กเก็ตเคสสมาร์ทโฟน โตได้ด้วยสินค้าสร้างอัตลักษณ์

มาร์กเก็ตเคสสมาร์ทโฟน โตได้ด้วยสินค้าสร้างอัตลักษณ์

02 กรกฎาคม 2558

เมื่อ 3 ปีก่อน “มาร์กเก็ต” ยังเป็นเพียงธุรกิจขายอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนก่อตั้งใหม่ในนครฮุสตัน สหรัฐ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก

โดน...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

เมื่อ 3 ปีก่อน “มาร์กเก็ต” ยังเป็นเพียงธุรกิจขายอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนก่อตั้งใหม่ในนครฮุสตัน สหรัฐ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ในปัจจุบันมาร์กเก็ตเป็นเว็บไซต์ที่ชาวสหรัฐจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อต้องการหาซื้อเคสไอโฟนสวยๆ สักอัน

มาร์กเก็ตเป็นธุรกิจรับออกแบบเคสไอโฟนตามความต้องการของลูกค้าที่เริ่มก่อตั้งครั้งแรกในปี 2013 โดย เอคิล โมมิน ชาห์นิล คานจี และซาฟิน แมกโนเจีย สามหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเป็นผู้อพยพชาวเอเชียใต้ที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน โดยมีทุนเริ่มต้นเพียง 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.34 ล้านบาท) เท่านั้น

ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะเริ่มทำธุรกิจอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน หลังจากพบว่าไอโฟนได้รับความนิยมอย่างร้อนแรงทั่วโลกและความต้องการอุปกรณ์เสริมอย่างเคสสำหรับป้องกันตัวเครื่องจากรอยขีดข่วนก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ในช่วงแรกสามหนุ่มสามารถทำเงิน 2,000-3,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.68 หมื่น-1.01 แสนบาท) ได้ในเวลาไม่กี่เดือน โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี ซึ่งชอบการตามกระแสโลก

สามหนุ่มจึงใช้พื้นฐานด้านการออกแบบสำหรับวาดลวดลายบนเคส ซึ่งทำออกมาได้สวยทีเดียวและมีลูกค้าให้การสนับสนุนมาก เนื่องจากเป็นลวดลายที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตามหลังทำกำไรอยู่ได้ 5-6 เดือน เจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ก็เริ่มพบว่าลูกค้าที่เคยมีอยู่กลับเริ่มหายหน้าหายตาไป ทำให้ต้องเร่งปรับกลยุทธ์การขายใหม่

เอคิล โมมิน เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้ง 3 ต้องทบทวนกลยุทธ์การตลาดใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มตั้งแต่การสำรวจกลุ่มลูกค้า ก่อนจะได้คำตอบที่เปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจไปเลย

“เทรนด์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วครับ ลูกค้าไม่ได้ซื้อของเพราะว่ามันใช้งานสะดวกหรือมีรูปทรงสวยอย่างเดียว แต่การใช้สินค้าในปัจจุบันแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผู้ใช้ด้วย ดังนั้นลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น ยิ่งผลิตขึ้นมาเพียงชิ้นเดียวในโลกยิ่งดี” โมมิน กล่าว

จุดนั้นเองจึงเป็นที่มาของมาร์กเก็ต ที่เริ่มเสนอให้ลูกค้าออกแบบลวดลายบนไอโฟนด้วยตนเอง และทางร้านจะเป็นผู้นำมาแปลงเป็นกราฟฟิกสำหรับพิมพ์ลงบนเคสสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ มาร์กเก็ตยังแบ่งกำไร 15% ของทุกๆ 3 เดือนบริจาคให้แก่องค์กรไม่แสดงหากำไรเพื่อยกระดับการศึกษาให้เด็กผู้หญิง ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกาและเอเชีย โดยทั้ง 3 นั้นมีจุดประสงค์ร่วมกันในการทำธุรกิจ คือ เปิดโอกาสให้กับเด็กด้อยโอกาส

ทั้ง 3 คนนั้นหวังจะสร้างบางอย่างไม่ใช่เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจเท่านั้น แต่เป็นการทิ้งหมุดหมายบางอย่างไว้ให้โลกทีเดียว ด้วยการสร้างธุรกิจโดยมีจุดหมายเพื่อนำกำไรไปพัฒนาการศึกษาให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า

“เราเป็นลูกหลานของผู้อพยพครับ พ่อแม่เรามาจากเอเชียใต้ ท่านต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้เราได้รับการศึกษาที่ดี เราอยากทำธุรกิจเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ และถ่ายทอดโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย” โมมิน กล่าว

ดร.ซูซานา โรสัส ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจเพื่อสังคม (โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ ของมหาวิทยาลัยฮุสตัน กล่าวว่า โมเดลธุรกิจแบบมาร์กเก็ตถือเป็นธุรกิจโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยหลักการสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างกำไรและจุดประสงค์ในการช่วยเหลือสังคม ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่มีความยั่งยืนไม่เกิดการขูดเลือด
ขูดเนื้อ “ผู้ประกอบการอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้ สังคมอยู่ได้”

“คุณกำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิถีแห่งธุรกิจซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างธุรกิจแสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไร” โรสัส กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท