posttoday
จัดระเบียบ ‘mai’ แหล่งลงทุนชั้นยอด

จัดระเบียบ ‘mai’ แหล่งลงทุนชั้นยอด

02 กรกฎาคม 2558

หุ้นร้อนขนาดเล็ก ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ มักถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นหุ้นเก็งกำไรสูง จนถึงขั้นที่ทำให้ “รพี สุจริตกุล” เลขาธิการ

โดย...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ บงกชรัตน์ สร้อยทอง

หุ้นร้อนขนาดเล็ก ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ  มักถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นหุ้นเก็งกำไรสูง จนถึงขั้นที่ทำให้ “รพี สุจริตกุล” เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งถึงกับเอ่ยปากอยากให้แยกภาพลักษณ์ระหว่างหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ mai พร้อมมอบหมายภารกิจนี้ให้กับทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปทบทวน

“ประพันธ์ เจริญประวัติ”ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในฐานะพ่องานที่ดูแลเรื่องดังกล่าว กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหารือกันภายใน เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ทั้งการเข้าจดทะเบียนและการซื้อขายของ mai โดยจะต้องมีการเปรียบเทียบกรณีศึกษาหรือตัวอย่างจากตลาดต่างประเทศมากขึ้นก่อน แล้วจึงนำไปเสนอให้ทาง ก.ล.ต. พิจารณาในรายละเอียด คาดว่าจะนำไปเสนอ ก.ล.ต. ภายในเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นค่อยนำไปหารือกับทางผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai และที่ปรึกษาทางการเงิน

อย่างไรก็ดี จากการที่ผู้บริหาร บจ.mai ได้เข้าแสดงความยินดีกับท่านเลขาธิการ ก.ล.ต. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และท่านเลขาฯ ก.ล.ต. ก็รับปากว่าจะเข้ามาร่วมงานที่ผู้บริหาร บจ.mai นัดหารือปรึกษาข้อมูลกันเป็นประจำทุก 1-2 เดือน

ปัจจุบันมี บจ.ที่เข้ามาระดมทุนใน mai ทั้งหมด 115 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 4 แสนล้านบาท ที่ผ่านมามีย้ายไปซื้อขายบนกระดาน ตลท.ทั้งหมด 19 บริษัท หรือมาร์เก็ตแคปที่หายไป 1.3 แสนล้านบาท ตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีการระดมทุนทั้งหมด 6.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการนำเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) 3.1 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มทุนในตลาดรองอีก 3.7 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่าตลาดทุนเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ บจ.มีการขยายการเติบโตได้

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาอาจมีการตั้งคำถามว่าตลาดทุนกับตลาดเงินมีการแย่งการระดมทุนกันเองหรือเปล่า แต่จากการเก็บตัวเลขที่ผ่านมา ในส่วนของทุนและการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์มีอัตราการเติบโตล้อกันไปในระดับเดียวกันทุกปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการระดมทุนทั้งสองแหล่งต่างช่วยเสริมการขยายธุรกิจให้ บจ.มีศักยภาพมากขึ้นไปด้วยกัน

ไม่เพียงแต่คอยดูแลระดับการเก็งกำไรแล้ว ทาง “เลขาฯ ก.ล.ต.” ยังดูใส่ใจการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ต่ำกว่าราคากระดาน โดยภายในสัปดาห์หน้าจะประกาศเกณท์ดูแล และในเดือน ส.ค.นี้ น่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้

หลักการดูแลทาง ก.ล.ต.มองว่าคณะกรรมการบริษัทจะต้องให้เหตุผลกับผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องดังนั้นก่อนบจ.จะเสนอขายหุ้นพีพีต่ำกว่าราคากระดานจะต้องส่งความเห็นของบอร์ดมายัง ก.ล.ต.ก่อน

“แม้ว่าท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับมติผู้ถือหุ้น แต่กรรมการจะต้องให้เหตุผลที่ดีเพียงพอในเกณฑ์ใหม่หากเหตุผลไม่ดีพอทาง ก.ล.ต.ก็จะขอให้มีการชี้แจงเพิ่มเติม” เลขา ฯ ก.ล.ต.กล่าว

ทางด้าน “นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ผู้เชี่ยวชาญด้านลงทุน กล่าวว่า ถือเป็นจุดอ่อนของตลาดหุ้นไทยที่ยอมให้มีการขายหุ้นพีพีในราคาต่ำกว่ากระดาน แม้แต่ในประเทศใกล้เคียงอย่างสิงคโปร์ยังไม่ยอมให้เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับผู้ถือหุ้นเดิมทาง ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ควรจะออกเป็นเกณท์ห้ามการกระทำดังกล่าว

“นิเวศน์” กล่าวอีกว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันมีความเสี่ยงทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและสถานการณ์ในต่างประเทศ ขณะที่หุ้นไทยถือว่าแพง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้นนักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ควรหันมาพิจารณาหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปันผลดี เพราะราคายังไม่แพง

“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า ขณะนี้มีสัดส่วน 80% ของมูลค่าตลาดรวม ของหุ้นใน mai มีอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) เกิน 25 เท่า และอีก 20% มีค่าพี/อีต่ำกว่า 25 เท่า ดังนั้นการเข้าลงทุนหุ้นที่มีค่าพี/อี สูงๆ เป็นเรื่องต้องระมัดระวัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท