
รัฐย้ำไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานธุรกิจประมง
รองโฆษกย้ำไทยต้องยกระดับมาตรฐานธุรกิจประมง เผยเตรียมช่วยเหลือเรือประมงที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
รองโฆษกย้ำไทยต้องยกระดับมาตรฐานธุรกิจประมง เผยเตรียมช่วยเหลือเรือประมงที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าใจความรู้สึกและความกังวลของผู้ประกอบการเรือประมงจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถปรับปรุงมาตรฐานการทำประมงให้เป็นไปตามเงื่อนไขการทำประมงของสหภาพยุโรปได้ทันตาม กำหนดเวลาภายในเดือนมิ.ย.ตามข้อเสนอแนะของสหภาพยุโรป จนทำให้ไม่สามารถนำเรือออกทำการประมงได้ เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัดจริงจัง
ทั้งนี้อยากให้เข้าใจว่า ธุรกิจประมงในประเทศไทยจำเป็นต้องมีการยกระดับมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของประเทศคู่ค้า หากยังคงปล่อยให้ทำการประมงแบบไร้มาตรฐาน ไร้การรายงาน ไร้การควบคุม จะทำให้สินค้าที่เกี่ยวพันกับธุรกิจประมงของไทยถูกกีดกันและไม่สามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้เลย อันจะก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนั้นได้
"หากยังมีการปล่อยปละ เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปเรื่อยๆ จะทำให้ไทยสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายดังกล่าวข้างต้น ซึ่งรัฐบาลยอมให้เกิดเช่นนั้นไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นความจำเป็น แม้จะทำให้ผู้ประกอบการบางคนรู้สึกทำใจยาก แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกคนเข้าใจและรับรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่ต้องปฏิบัติ"พล.ต.สรรเสริญกล่าว
พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนเรือประมงที่ไม่สามารถประกอบอาชีพเดิมได้ คงต้องมีการปรับตัว ในส่วนของรัฐคงต้องมีการสำรวจ ข้อมูลเรือประมง และลูกเรือ ตลอดจนธุรกิจต่อเนื่องเพื่อหารือร่วมกันว่า จะมีแนวทางที่เหมาะสมในเรื่องการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้อย่างไร
สำหรับเรือประมงที่ไม่สามารถนำเรือออกทำการประมงได้ พบว่า มีจำนวน 2,579 ลำ ขณะที่เรือซึ่งดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ ยังมีอีกเป็นจำนวนมากและยังคงออกเรือทำการประมงตามปกติ







