
ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปีหน้าแน่
ลูกจ้างยิ้ม แรงงานส่งสัญญาณขึ้นค่าแรงขั้นต่ำบางกิจการปีหน้า
ลูกจ้างยิ้ม แรงงานส่งสัญญาณขึ้นค่าแรงขั้นต่ำบางกิจการปีหน้า
นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างให้สำนักงานค่าจ้าง
ขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดส่งข้อมูลความคิดเห็นเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเข้ามา โดยล่าสุดยื่นเข้ามาแล้ว 20 จังหวัด เหลืออีก 50 จังหวัด คาดว่าจะสรุปทั้งหมดในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางที่มี รมว.แรงงาน เป็นประธานพิจารณา เพื่อให้ทันประกาศใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2559 แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 90% เห็นว่าไม่ควรจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในตอนนี้
อย่างไรก็ดี จะมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่นั้น นายนคร กล่าวว่า หากจะปรับโครงสร้างคณะกรรมการไตรภาคีจริง ต้องมีการแก้กฎหมายก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการ 11 กลุ่ม ระหว่างวันที่ 5-19 มิ.ย. 2558 เกี่ยวกับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 360 บาท/วัน พบว่า ผู้ประกอบการ 90% ไม่เห็นด้วยกับการปรับค่าจ้างเป็น 360 บาท/วัน แต่หากต้องปรับขึ้นส่วนใหญ่เห็นว่าควรอยู่ระหว่าง 310-320 บาท/วัน และควรดำเนินการในปี 2559 หรือช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำไม่ควรเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ เพราะไม่ส่งเสริมให้ออกไปลงทุนในต่างจังหวัด ไม่จูงใจให้ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้วย และหากมีการปรับค่าจ้างขึ้นเกิน 300 บาท/วัน จะมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นปีละ 1.9-2 ล้านบาท อาจทำให้เห็นธุรกิจเอสเอ็มอีต้องปิดกิจการอีกมาก
นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจผู้ประกอบการในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2559 จำนวน 218 ราย ส่วนใหญ่เสนอให้ปรับรูปแบบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่ ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามประเภทธุรกิจ จากปัจจุบันที่ค่าจ้างเท่ากันหมด และหากปรับค่าจ้างจาก 300 บาท เป็น 360 บาท จะกระทบต่อธุรกิจถึง 89% ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น 24.1% กำไรลดลง 22.32% ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น 18.1% ปลดคนงานลดลง 11.31% และต้องปรับราคาขึ้น 9.12%







