
รับเหมาก่อสร้าง ปั่นป่วน
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ภาครัฐบาลได้ให้ความสำคัญและจะมีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลในครึ่งหลังปี 2558 มากขึ้น เพื่อจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ครึ่งปีแรกมีความล่าช้าไม่มีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นคาดจะมีหลายโครงการที่พร้อมจะเปิดประมูลได้ในครึ่งหลังปี 2558 รวมมูลค่าประมาณ 5.7 แสนล้านบาท และผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง 4 รายใหญ่ คือ บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) จะได้งานในลักษณะแบ่งงาน คือ ITD 40-45%, CK 20-25%, STEC 20-25%, UNIQ 15-20%
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ภาครัฐบาลได้ให้ความสำคัญและจะมีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลในครึ่งหลังปี 2558 มากขึ้น เพื่อจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ครึ่งปีแรกมีความล่าช้าไม่มีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นคาดจะมีหลายโครงการที่พร้อมจะเปิดประมูลได้ในครึ่งหลังปี 2558 รวมมูลค่าประมาณ 5.7 แสนล้านบาท และผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง 4 รายใหญ่ คือ บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) จะได้งานในลักษณะแบ่งงาน คือ ITD 40-45%, CK 20-25%, STEC 20-25%, UNIQ 15-20%
บล.เมย์แบงก์ฯ คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเท่าตลาดปกติจากเป็นกลุ่มที่มีความผันผวน และ ซื้อขายสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) สูง โดยในเดือน ก.ค.นี้ คาดจะมีการเปิดประมูลรถไฟทางคู่สองเส้นทางมูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท
ที่ผ่านมาครึ่งแรกปี 2558 การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาลมีความล่าช้า ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 8 ปี (พ.ศ. 2558-2565) โดยมี 5 แผนงานหลัก วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เฉพาะส่วนของรัฐบาล แต่ถ้ารวมโครงการเมกะโครงการอื่นๆ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 รถไฟความเร็วสูงและกึ่งความเร็วสูง ซึ่งเป็นการร่วมมือกับระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลจีนและญี่ปุ่น และรถไฟความเร็วสูงที่จะเปิดให้เอกชนดำเนินการ รวมแล้วอีกมากกว่า 1 ล้านล้านบาท จะมีมูลค่าโครงการรวมมากกว่า 3 ล้านบาท
ปรากฏว่าในครึ่งปีแรกยังมีความล่าช้า ยังไม่มีการประมูลงานเกิดขึ้น คาดครึ่งหลังปี 2558 จะมีงานประมูลมากขึ้น 5.7 แสนล้านบาท
บล.เมย์แบงก์ฯ รวบรวมโครงการต่างๆ ที่จะมีการประมูลในครึ่งหลังปี 2558 ประมาณ 5.74 แสนล้านบาท คือ รถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 1.08 หมื่นล้านบาท และเส้นทาง จิระ-ขอนแก่น 2.4 หมื่นล้านบาท เตรียมจะประกวดราคาในเดือน ก.ค.นี้ สำหรับรถไฟทางคู่ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 1.6 หมื่นล้านบาท ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคาดจะจัดประกวดราคาในไตรมาส 4 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีนบุรี-ศูนย์วัฒนธรรม 1.1 แสนล้านบาท กลับมาใช้แผนเดิมซึ่งได้ผ่าน EIA และ ครม.อนุมัติแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าจะจัดประมูลได้ในไตรมาส 4 นี้ โครงการถนนมอเตอร์เวย์ เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด 2 หมื่นล้านบาท มีความพร้อมมากสุดคาดจะจัดประกวดราคาได้ในไตรมาส 3 นี้ และโครงการรถไฟกึ่งความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ 392,570 ล้านบาท กำลังเจรจากับรัฐบาลจีน ปี 2559 จะมีการประมูลมากกว่า 5 แสน
ล้านบาท
สำหรับปี 2559 บล.เมย์แบงก์ฯ ประเมินจะมีโครงการที่จะเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี 5.6 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง 5.5 หมื่นล้านบาท Airport Rail Link พญาไท-ดอนเมือง 2.8 หมื่นล้านบาท Mission Link บางซื่อพญาไท-มักกะสัน 3.8 หมื่นล้านบาท รถไฟทางคู่อีก 3 เส้นทาง 6.9 หมื่นล้านบาท สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และรันเวย์ 3 รวม 8.1 หมื่นล้านบาท ถนนมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา 8.4 หมื่นล้านบาท และบางใหญ่-กาญจนบุรี 5.5 หมื่นล้านบาท โดยยังไม่รวมโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น และรถไฟความเร็วสูงที่จะดำเนินการโดย
ภาคเอกชน
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีความผันผวนสูง จากเป็นกลุ่มที่มีความผันผวนและซื้อขายพีอีสูง โดยยังแนะนำซื้อ ใน CK คาดราคาเป้าหมาย 34 บาท บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) เป้าหมาย 2.6 บาท และแนะนำซื้อเก็งกำไรใน STEC คาดราคาป้าหมาย 26 บาท และ ITD เป้าหมาย 12 บาท







