
บาป 7 ประการ ในทรรศนะคานธี
Politics without principles (เล่นการเมืองไม่มีหลักการ) Pleasure without conscience (หาความสุขสำราญไม่ยั้งคิด) Wealth without work (ร่ำรวยเป็นเอกนิษฐ์โดยไม่ทำงาน) Knowledge without character (มีความรู้มหาศาลแต่ประพฤติไม่ดี) Commerce without morality (ค้าขายไม่มีหลักศีลธรรม) Science without humanity (วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์) Worship without sacrifice (บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ) (เรืองอุไร กุศลาศัย/แปล)
Politics without principles (เล่นการเมืองไม่มีหลักการ) Pleasure without conscience (หาความสุขสำราญไม่ยั้งคิด) Wealth without work (ร่ำรวยเป็นเอกนิษฐ์โดยไม่ทำงาน) Knowledge without character (มีความรู้มหาศาลแต่ประพฤติไม่ดี) Commerce without morality (ค้าขายไม่มีหลักศีลธรรม) Science without humanity (วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์) Worship without sacrifice (บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ) (เรืองอุไร กุศลาศัย/แปล)
มหาตมะ คานธี “บิดาแห่งประชาชาติ” ของชาวอินเดีย กล่าววรรคทองนี้เอาไว้เมื่อท่านยังคงมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในการเมืองอินเดีย นับจากวันเวลาที่ท่านยังชีพยืนชนม์อยู่มาจนถึงบัดนี้ ก็เป็นเวลากว่าศตวรรษแล้ว แต่อมตวาทะของท่านก็ยังคงแสดงความเป็น “อกาลิโก” อยู่ไม่รู้คลาย
1.เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ คือ การเล่นการเมืองที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หรือไม่ยึดหลักการเสียงส่วนใหญ่ การเล่นการเมืองมีลักษณะส่งเสริมการรัฐประหาร แต่ไม่ส่งเสริมการปกครองแบบประชาธิปไตย รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
2.หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด หมายถึง ผู้ปกครองหรือนักการเมืองมุ่งเสพสุข หลงไหลอำนาจอิทธิพลเพื่อสร้างความเกรงกลัว โกงเงินจากประชาชนโดยวิธีที่แยบยล ทำให้ราษฎรไม่ได้รับผลประโยชน์ เพราะโกงกินจากงบประมาณไปจนหมด แถมยังสร้างภาระหนี้สินด้วย
3.ร่ำรวยเป็นเอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน หมายถึง ความร่ำรวยที่ไม่สุจริต หาเงินด้วยวิธีง่ายๆ ทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาเสพติด รีดไถเงินจากประชาชน การใช้อิทธิพลหาผลประโยชน์ ฯลฯ สำหรับประเทศไทย คนรวย 20% มีทรัพย์สิน 69% ส่วนคนจน 80% มีทรัพย์สินเพียง 31% ความร่ำรวยเหล่านี้หากเป็นรายได้จากสุจริตก็เป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากร่ำรวยจากการฉ้อโกงก็ไม่ดีแก่ประเทศชาติ
4.มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี ระบบการศึกษาอาจไม่สามารถสอนคนให้เป็นคนดีได้ เพราะการศึกษาส่วนใหญ่เน้นแต่การทำมาหากิน แต่ไม่เน้นทำประโยชน์ให้สังคม ทำให้คนมีความรู้มุ่งแต่หาเงินจนไม่มีเวลาสนใจปัญหาสังคม แต่ยังไม่เท่ากับคนที่มีความรู้แต่ใช้ความรู้ทำสิ่งไม่ดี
5.ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลธรรม คือ เอาเปรียบแรงงาน พอขึ้นค่าจ้างก็โอดครวญ แต่ตัวเองร่ำรวยมหาศาลจากการเอาเปรียบแรงงานมามาก ไม่ได้นึกถึงความถูกต้อง แทนที่จะเสียสละเพื่อสร้างคนงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี การเป็นเศรษฐีแบบนี้นับวันสังคมก็จะดูแคลน และไม่ให้ความเคารพนับถือ
6.วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ คิดค้นวิทยาศาสตร์ทำให้มนุษย์ต้องเข่นฆ่ากัน เช่น การคิดระเบิดปรมาณู ผู้นำมาใช้ในสงครามเป็นผู้นำประเทศ
7.บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ หมายถึง บูชาพระ บูชาเทพเจ้า แต่ไม่มีธรรมะในใจ ไม่มีความเสียสละ ทำให้สังคมเดือดร้อนเพราะความหลงใหลไปในทางที่ผิด ซึ่งความเสียสละจะหมายถึงการยินยอมให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ได้รับสิ่งดีสูงสุด ซึ่งเป็นวิธีแบบประชาธิปไตย
ทั้ง 7 บาปที่ มหาตมะ คานธี สรุปไว้ จะเป็นตราบาปที่จะติดตัวมนุษย์ไปตลอด แต่หากเราเข้าใจ ไม่เข้าใกล้ ก็เชื่อได้ว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นกับโลกโดยเร็ว







