
บูรพา เทคนิคอลฯ พลิกวิกฤตสู่ธุรกิจพันล้าน
“ธุรกิจของบริษัทเริ่มก่อตั้งในปี 2540 ช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกระทบต่อธุรกิจในประเทศ หลายบริษัทลดขนาดองค์กร จึงเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเริ่มธุรกิจและหาลูกค้า เป็นโอกาสให้บริษัทเล็กๆ เข้าไปหาลูกค้าช่วงนี้ได้ ผมก็เริ่มลงทุนเปิดบริษัทคนเดียวในช่วงอายุ 21 ปี” ไรวินท์ เลขวรนันท์ ประธาน บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง กล่าว
“ธุรกิจของบริษัทเริ่มก่อตั้งในปี 2540 ช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกระทบต่อธุรกิจในประเทศ หลายบริษัทลดขนาดองค์กร จึงเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเริ่มธุรกิจและหาลูกค้า เป็นโอกาสให้บริษัทเล็กๆ เข้าไปหาลูกค้าช่วงนี้ได้ ผมก็เริ่มลงทุนเปิดบริษัทคนเดียวในช่วงอายุ 21 ปี” ไรวินท์ เลขวรนันท์ ประธาน บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง กล่าว
“ไรวินท์” ก่อตั้งบริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง เมื่อ 18 ปีก่อน มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มระบบไฟฟ้าแรงสูง ที่เข้าไปวางระบบไฟฟ้าของภาครัฐและเอกชน ด้วยการเข้าไปประมูลงานโครงการต่างๆ แต่ละปีเข้าไปประมูลงานภาครัฐ มูลค่างานรวม 2,000-3,000 ล้านบาท 2.กลุ่มสื่อสาร เข้าไปลงทุนระบบโครงสร้างโทรคมนาคมให้แก่เอกชน ซึ่งช่วงปลายปีนี้จะมี 4จี ส่งผลดีต่อบริษัทที่จะเข้าไป
รับงานในโครงการดังกล่าว
3.กลุ่มบริการด้านการจัดการแรงงาน (เซอร์วิส) ที่มีการจัดหาแรงงาน หรือเอาต์ซอร์ส (Out source) ให้แก่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ โดยมีพนักงานด้านนี้จำนวน 6,000 คน เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานบิลลิ่ง และพนักงานบริการต่างๆ ซึ่งมีลูกค้าเป็นหน่วยงานภาครัฐรวม 40 หน่วยงาน โดยธุรกิจด้านบริการจัดหาแรงงาน บริษัทมีขนาดธุรกิจใหญ่ ติดอันดับหนึ่งในสามของประเทศ และในไทยมีบริษัทที่ทำธุรกิจด้านนี้น้อย
การขยายธุรกิจที่ผ่านมาจะเริ่มจากความสนใจและเข้าไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งสะสมความรู้ และเริ่มหาลูกค้า เช่น ช่วงแรกที่ทำงานระบบไฟฟ้าแรงสูง ก็ค่อยๆ เรียนรู้และหาลูกค้า จากที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ตนเองก็ใช้ความสามารถพิสูจน์ว่าทำงานได้ดีมีคุณภาพ ในราคายุติธรรม ทำได้ในต้นทุนที่ถูกกว่าผู้ประกอบการรายอื่น จึงส่งผลให้ลูกค้าเริ่มรู้จัก และเลือกใช้บริการเพิ่มขึ้น
“ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าที่ใช้บริการกับบริษัทก็เลือกใช้บริการต่อเนื่อง มาจากความไว้วางใจ และลูกค้าบอกกันปากต่อปาก อีกทั้งองค์กรพร้อมสนับสนุนพนักงานทุกคนให้เติบโต และเลือกแต่งตั้งคนในองค์กรสู่ผู้บริหาร โดยไม่เลือกจ้างคนภายนอกมาเป็นผู้บริหาร เพราะทุกคนสามารถพัฒนาและเป็นคนที่เก่งได้” ไรวินท์ กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจด้านการให้บริการจัดหาแรงงานนั้น มีลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานรัฐ โดยบริษัทได้มีการวางระบบและดูแลพนักงาน พร้อมกับอบรมพนักงาน เพื่อให้ความรู้และเพิ่มทักษะ ส่งผลให้พนักงานพร้อมให้บริการแก่ลูกค้า รวมทั้งมีการออกใบรับรองการทำงานให้พนักงาน ซึ่งการที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการแรงงาน จึงมีแผนจัดตั้งเป็นศูนย์ให้บริการอบรมด้านการบริหารจัดการแรงงานให้แก่ผู้ที่สนใจ
“บริษัทสนใจธุรกิจบริหารจัดหาแรงงาน เพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีเอกชนไทยสนใจธุรกิจนี้ แต่เราเห็นโอกาสที่ธุรกิจนี้มีศักยภาพเติบโตระยะยาว จึงขยายธุรกิจใหม่มายังด้านแรงงาน และลูกค้าหลักภาครัฐก็ต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะลูกค้าสามารถคำนวณต้นทุนในการบริการจัดการแต่ละปีได้”ไรวินท์ กล่าว
รวมทั้งปีนี้บริษัทสนใจเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ คาดว่าจะเข้าไประดมทุนได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2559 เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาขยายธุรกิจ โดยการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จะมีต้นทุนต่ำกว่าการกู้เงินประมาณ 2-3% ถือเป็นเครื่องมือการเงินที่มีศักยภาพ และในอนาคตเมื่อบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วก็สนใจออกหุ้นกู้
“ผมเริ่มต้นทำงานหาเงินเพื่อนำมาขยายธุรกิจด้วยตัวเอง เริ่มทำธุรกิจที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนขยายมาที่ กทม. ผมก็ดูวิธีการทำงานของผู้ใหญ่ในแต่ละคน แนวทางการทำงาน และเลือกสิ่งที่ดีของผู้ใหญ่มาเป็นต้นแบบ แต่เราไม่สามารถเลียนแบบใครได้ การทำทุกอย่างต้องทำด้วยใจ ทำให้ดีที่สุด รวมทั้งทำธุรกิจต้องตัดสินใจเร็ว แต่ต้องรอบคอบ” ไรวินท์ กล่าว
สำหรับเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน พร้อมมองหาโอกาสใหม่ที่จะขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต &O5532;
แนวคิดธุรกิจ
พร้อมเรียนรู้และสร้าง โอกาสลงทุนใหม่
ให้บริการที่ดีส่งผลให้ลูกค้า เชื่อมั่น
ส่งเสริมพนักงานทุกคน ให้เติบโต







