
เซ็นเอ็มโอไอดึงญี่ปุ่นร่วมทวาย
สามชาติลงนามเอ็มโอไอพัฒนาทวาย 4 ก.ค.นี้ เปิดทางวางแผนแม่บทเต็มรูปแบบ
สามชาติลงนามเอ็มโอไอพัฒนาทวาย 4 ก.ค.นี้ เปิดทางวางแผนแม่บทเต็มรูปแบบ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย. ได้มีมติเห็นชอบร่างบันทึกแสดงเจตจำนง (Memorandum of intent : MOI) สามฝ่ายระหว่างไทย เมียนมา และญี่ปุ่น เกี่ยวกับความร่วมมือพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ประเทศเมียนมา โดยมอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้ลงนาม ขณะที่ฝ่ายเมียนมาจะมีนายฮั่งเส่ง รมว.ขนส่ง เป็นผู้ลงนาม ส่วนผู้แทนญี่ปุ่นจะมีการมอบหมายจากรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการต่อไป
การลงนามครั้งนี้จะดำเนินการระหว่างการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 3–4 ก.ค. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุม และจะเป็นสักขีพยานในการลงนาม ซึ่งบันทึกเอ็มโอไอมีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการลงนาม เว้นแต่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะมีการลงนามในการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบล่วงหน้า 6 เดือน
สำหรับสาระสำคัญของเอ็มโอไอ จะแสดงความตั้งใจที่จะให้รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าร่วมในการพัฒนาโครงการทวายร่วมกับไทยและเมียนมา โดยญี่ปุ่นจะถือหุ้นในบริษัท ทวาย เอส อี แซด ดีเวลล็อปเมนต์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี ผ่านทางหน่วยงานญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ในสัดส่วนที่เท่ากันระหว่าง 3 ประเทศ เพื่อให้ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยศึกษาความเหมาะสมในการสร้างทางหลวงสายใหม่ให้สอดคล้องกับถนนสองช่องทางจราจรที่มีการก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงระหว่างชายแดนไทย–โครงการทวาย
“การให้ญี่ปุ่นเข้ามาร่วมในเอสพีวีโครงการทวาย เนื่องจากคาดหวังว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะชักชวนนักลงทุนญี่ปุ่นและจากต่างประเทศให้มาลงทุนในโครงการทวายได้ในอนาคต” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
นอกจากนี้ การลงนามจะทำให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการศึกษาการพัฒนาโครงการทวายในระยะสมบูรณ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยทั้งสามประเทศแสดงเจตจำนงที่จะศึกษารายละเอียดของแผนแม่บทการพัฒนาโครงการทวาย โดยการศึกษาเทคนิคที่จำเป็น การออกแบบทางวิศวกรรม และแผนการพัฒนาโดยละเอียด ภายใต้กรอบระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้การดำเนินโครงการโดยสมบูรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในแผนการพัฒนาด้านเทคนิค รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงเจตจำนงในการส่งผู้เชี่ยวชาญจากไจก้า เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาทวาย
สำหรับการก่อสร้างทางหลวงในโครงการระยะสมบูรณ์ รัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมาจะให้รัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในระยะเบื้องต้นโดยเร็วที่สุด เพื่อสำรวจเส้นทางการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่สำหรับโครงการ โดยทั้งสามประเทศจะพิจารณาร่วมกันในการออกแบบและประโยชน์สูงสุดในโครงการให้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ ขณะที่การกู้เงินและการว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการในส่วนต่างๆ จะหารือในการประชุมเอสพีวีต่อไป







