
บทบาทใหม่อีเรีย (1)
เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผมได้เล่าบทบาทของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจสำหรับอาเซียนและเอเชียตะวันออก (อีเรีย) ต่ออาเซียนมาบ้างแล้ว วันนี้จะขอเล่าบทบาทอื่นของอีเรียเพิ่มเติม เพราะอาจส่งผลต่อชะตาของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ครับ
เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผมได้เล่าบทบาทของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจสำหรับอาเซียนและเอเชียตะวันออก (อีเรีย) ต่ออาเซียนมาบ้างแล้ว วันนี้จะขอเล่าบทบาทอื่นของอีเรียเพิ่มเติม เพราะอาจส่งผลต่อชะตาของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ครับ
วันที่ 5 มิ.ย. ผมได้ไปร่วมประชุมประจำปีของคณะกรรมการกำกับดูแล (Governing Board) ของอีเรีย ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ในฐานะกรรมการจากไทยที่ได้รับแต่งตั้งจาก รมว.พาณิชย์
ประธานบริหารของอีเรียชาวญี่ปุ่น ได้แจ้งถึงแผนงานที่จะดำเนินการในปี 2558 ภายใต้วงเงิน 28.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากญี่ปุ่นมากถึง 97.3% ของวงเงิน ที่เหลืออีก 2.7% มาจากรัฐบาลออสเตรเลีย อินเดีย นิวซีแลนด์ และอาเซียนรวมกัน
เรื่องดังกล่าวตอกย้ำภาพบทบาทนำของญี่ปุ่นในอีเรีย รวมถึงแสดงท่าทีว่าญี่ปุ่นต้องการเป็นแกนกลางการขับเคลื่อนเอเชียตะวันออก
ล่าสุด ญี่ปุ่นยังเสนอให้มีการกระจายทรัพยากรการทำงานของอีเรีย ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่ญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ให้กระจายออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย
ในทางตรงกันข้าม ประเทศอื่นในเอเชียกลับไม่ได้พยายามมีบทบาทในเวทีอีเรียมากเท่ากับญี่ปุ่น ทั้งจีนและอินเดียไม่ค่อยแสดงบทบาทนำในเวทีนี้มากนัก
สำหรับโครงการที่อีเรียพยายามจะดำเนินการในปีนี้ ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือสนับสนุนสำนักงานเลขาธิการอาเซียนในด้านวิชาการ เกี่ยวกับกระบวนการรวมตัวในภูมิภาค การศึกษาวิจัยที่ตอบสนองต่อคำร้องขอของประเทศสมาชิก เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมตัว
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนอาเซียนในการพัฒนาวิสัยทัศน์ 2025 โดยเฉพาะสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) เพราะอาเซียนน่าจะต้องประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท) เดือน พ.ย.นี้ รวมถึงช่วยอาเซียนดำเนินการตามวิสัยทัศน์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั้งในและนอกภูมิภาครับทราบ เข้าใจถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าว
ที่สำคัญ จะต้องช่วยเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานรัฐ นักวิชาการ สมาคมธุรกิจในกลุ่มสมาชิกใหม่ของอาเซียน คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปโครงสร้าง เช่น การปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้น
สำหรับไฮไลต์สำคัญของบทบาทใหม่อีเรีย ตามต่อได้ในวันพุธหน้าครับ







