
จับโอกาสกัมพูชาโตไว แบงก์ไทยร่วมให้กู้ 2 พันล้าน
ในขณะที่การบริโภคและการลงทุนของไทยยังถูกกดดันจากสารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้งหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ภัยแล้งซ้ำเติม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ค้าขายฝืดเคืองจนธนาคารต้องพากันออกมาตรการประคับประคอง แต่หากข้ามชายแดนไปยังเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV จะเห็นได้ว่าโอกาสยังเปิดกว้างอยู่มาก โดยเฉพาะธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ในขณะที่การบริโภคและการลงทุนของไทยยังถูกกดดันจากสารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้งหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ภัยแล้งซ้ำเติม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ค้าขายฝืดเคืองจนธนาคารต้องพากันออกมาตรการประคับประคอง แต่หากข้ามชายแดนไปยังเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV จะเห็นได้ว่าโอกาสยังเปิดกว้างอยู่มาก โดยเฉพาะธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ล่าสุด บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) เป็นเจ้าภาพดึง 3 ธนาคารไทย ร่วมกับ ไอเอ็นจี ปล่อยกู้ให้กับบริษัท ปราสาค ไมโครไฟแนนซ์ (PRASAC MFI) สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อฐานรากรายใหญ่ที่สุดในกัมพูชา วงเงิน 65 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,000 ล้านบาท) เพื่อขยายฐานลูกค้าไมโครไฟแนนซ์
ภายใต้สินเชื่อซินดิเคทโลน ระยะเวลา 3-5 ปี ซึ่งจะถูกนำไปขยายสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจในชนบทและวิสาหกิจเกษตรกรรม แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย แห่งละ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินกู้จากธนาคารไอเอ็นจี เอ็นวี อีก 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการสมทบกับวงเงินสินเชื่อที่ไอเอฟซีได้ให้แก่ PRASAC ไปแล้ว 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
อเดล เมียร์ ผู้จัดการกลุ่มสถาบันการเงินสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ไอเอฟซี กล่าวว่า เหตุผลที่ไอเอฟซีเลือกธนาคารไทย เนื่องจากไทยมีความใกล้ชิดกับกัมพูชา มีการค้าขายระหว่างกันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งพบว่าธนาคารไทยส่วนใหญ่สนใจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งการเข้ามามีส่วนร่วมนี้ ช่วยให้สามารถเรียนรู้รูปแบบที่ประสบความสำเร็จและนำปรับใช้ในประเทศไทยได้ โดยในอนาคตอาจจะมีการให้สินเชื่อเป็นสกุลเงินบาท รองรับการค้าชายแดนและเป็นการสร้างศักยภาพเงินบาทในตลาดการเงินอีกด้วย
ทั้งนี้ ลูกค้าไมโครไฟแนนซ์ในกัมพูชามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 3.5 แสนคนในปี 2005 เป็น 1.5 ล้านคน ณ สิ้นสุดปี 2013 วงเงินสินเชื่อขยายตัวจาก 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งอุตสาหกรรมมีผลตอบแทนเฉลี่ย 22% ในปี 2013 ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารกลางกัมพูชา (เอ็นบีซี) ระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารในกัมพูชา ประกอบไปด้วยธนาคารพาณิชย์ 37 แห่ง ธนาคารเฉพาะกิจ 11 แห่ง และไมโครไฟแนนซ์ 40 แห่ง
ชัยณรงค์ โรจนสินธุ ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อร่วมจากศักยภาพของประเทศและของสถาบันการเงิน ซึ่งกัมพูชาสัดส่วนสินเชื่อต่อจีดีพียังต่ำกว่า 50% ยังมีโอกาสขยายสินเชื่ออีกมาก เทียบกับประเทศไทยที่สินเชื่อต่อจีดีพีสูงกว่า 1 เท่าไปแล้ว นอกจากนี้คุณภาพสินเชื่อของ PRASAC อยู่ในเกณฑ์ดี สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และการผิดนัดชำระหนี้มีเพียง 0.1-0.2% เท่านั้น
“ความเสี่ยงของลูกหนี้ค่อนข้างน้อย เพราะเป็นการให้สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่ เป็นสินเชื่อมีหลักประกัน และเน้นการให้ผู้หญิงเป็นคนกู้ยืม เพราะผู้หญิงมีความรับผิดชอบมากกว่าผู้ชาย แม้ผู้ชายจะขอกู้แต่ก็ต้องมีผู้หญิงค้ำประกัน” ชัยณรงค์ กล่าว
ผู้บริหารของเกียรตินาคิน กล่าวด้วยว่า ธนาคารยังมีแผนจะร่วมมือกับไอเอฟซีปล่อยสินเชื่อร่วมในโครงการอื่นๆ อีก โดยอยู่ระหว่างการเจรจา สำหรับดอกเบี้ยจากสินเชื่อครั้งนี้ไม่สามารถระบุได้ แต่ได้อัตราดีกว่าการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ในประเทศไทย ขณะเดียวกันธนาคารยังมองโอกาสทางธุรกิจในกัมพูชาต่อเนื่อง ซึ่งการที่ PRASAC กำลังมองหาผู้ถือหุ้นใหม่นั้น ธนาคารขอศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อน
กมัลกานต์ อากาวัล หัวหน้าสายธุรกิจต่างประเทศ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจกัมพูชา เพราะมีการพึ่งพิงไมโครไฟแนนซ์ค่อนข้างมาก แต่ส่วนของธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ในกัมพูชาจะเป็นลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และเอสเอ็มอี ส่วนธุรกิจรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์ยังไม่สนใจในขณะนี้ โดยที่ผ่านมาธุรกิจในกัมพูชาเติบโตดี สอดคล้องกับจีดีพีเติบโต 7% ส่งผลให้สินเชื่อโตมากกว่า 20%
ด้าน ซิม เซนาเชิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PRASAC กล่าวว่า วงเงินสินเชื่อดังกล่าวจะช่วยเสริมยุทธศาสตร์การเติบโตสินเชื่อผู้กู้รายย่อยและวิสาหกิจขนาดย่อม รวมทั้งเป็นการวางรากฐานเพื่อเตรียมพร้อมที่จะยกระดับขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งขณะนี้บริษัทยื่นหนังสือถึงแบงก์ชาติกัมพูชาในการขอใบอนุญาตเป็นธนาคารพาณิชย์แล้ว ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎระเบียบ
ปัจจุบัน PRASAC เป็นสถาบันการเงินไมโครไฟแนนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา มีพอร์ตสินเชื่อ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งเป้าขยายเป็น 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสิ้นปี 2562 โดยวงเงินการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ต่อรายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐ







