posttoday
แบงก์รัฐ-นาโนดันหนี้ครัวเรือน

แบงก์รัฐ-นาโนดันหนี้ครัวเรือน

01 กรกฎาคม 2558

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้ครัวเรือนสิ้นปีนี้ทะลุ 81.5% แบงก์รัฐ-นาโนหนุนให้โต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้ครัวเรือนสิ้นปีนี้ทะลุ 81.5% แบงก์รัฐ-นาโนหนุนให้โต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หนี้ครัวเรือนในไตรมาส 2 ยังมีแนวโน้มขยับขึ้นเป็น 80.5-80.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือขยายตัว 6.0-6.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกปีนี้ โดยหนี้ครัวเรือนจะขยายตัวต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2558 ที่จะขึ้นไปแตะ 81.5% ของจีดีพี

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมาจากความต้องการสินเชื่อจากครัวเรือนหลายระดับ ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ขณะที่ครัวเรือนระดับกลางล่างบางส่วน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้นในการเข้าถึงสินเชื่อใหม่จากธนาคารพาณิชย์ แต่ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ น่าจะผลักดันให้สินเชื่ออุปโภคบริโภคและการทำธุรกิจของครัวเรือนกลุ่มดังกล่าวได้ รวมทั้งสินเชื่อเพื่อธุรกิจนาโนไฟแนนซ์คงมีบทบาทสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กบ้าง แต่ผลต่อหนี้ครัวเรือนสะสมน่าจะค่อนข้างจำกัด เพราะเป็นระยะแรกของการให้สินเชื่อประเภทดังกล่าว

สำหรับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น พบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นที่ชะลอลง โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อคุมคุณภาพหนี้ ในกลุ่มสินเชื่อเพื่ออุปโภคและบริโภคอย่างสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรเครดิตที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย แม้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อจะต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ แต่ธนาคารพาณิชย์ยังคงพิจารณาโดยอาศัยประวัติเครดิตที่ค่อนข้างดี ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ราคารถยนต์มือสองที่ถึงจุดต่ำสุดช่วยคลายความกังวลปัญหาการทิ้งรถที่จะกลายเป็นปัญหาหนี้เสียได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนถูกบรรเทาความกังวลลงได้จากการที่ครัวเรือนของไทยมีจุดแข็งด้านสินทรัพย์ เพราะครัวเรือนกว่า 90% เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย เทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเพียง 50-60% เท่านั้น นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนกว่าครึ่ง หรือ 46.8% ของจีดีพี มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยกว่า 21.2% ของจีดีพี เป็นหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่หนี้เช่าซื้อรถยนต์และหนี้เพื่อทำธุรกิจมีสัดส่วนเท่ากันที่ 12.8% จึงถือเป็นหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำของสถาบันการเงิน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุด้วยว่า ภาคครัวเรือนจะต้องเตรียมรับมือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต หากทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ขณะเดียวกันทางการจะต้องมีนโยบายยกระดับการออมและสร้างวินัยทางการเงินให้กับภาคครัวเรือน หลังจากสถานการณ์การออมภาคครัวเรือนปรับลดลง โดยสัดส่วนการออมภาคครัวเรือนต่อจีดีพี ลดลงเหลือ 4.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 5.4% ขณะที่การเติบโตของผลิตภัณฑ์เงินออมของลูกค้ารายย่อย ชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2556-2557) สะท้อนถึงความสามารถในการรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภาระดอกเบี้ยของครัวเรือน

ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ไตรมาสแรกปีนี้มีหนี้ครัวเรือนรวม 10.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 79.9% ของจีดีพี ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 79.7% ของจีดีพีเมื่อสิ้นปี 2557 โดยหนี้ครัวเรือนที่ปรับเพิ่ม คาดว่ามาจากการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภค เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลชะลอตัวลง หรือค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยธนาคารพาณิชย์ยังเป็นแหล่งกู้ยืมหลักของภาคครัวเรือน รองลงมาคือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ