posttoday
ประกันฟื้นครึ่งปีหลัง..ลดเป้าเหลือ 10%

ประกันฟื้นครึ่งปีหลัง..ลดเป้าเหลือ 10%

01 กรกฎาคม 2558

โดย...วารุณี อินวันนา

โดย...วารุณี อินวันนา

ปัจจุบันธุรกิจประกันภัย มีสินทรัพย์รวม 2.89 ล้านล้านบาท  เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี 2-3 เท่ามาตลอด  แต่ในครึ่งแรกของปี 2558 เติบโตเท่ากับจีดีพีเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตรับรวม 4 เดือนแรกปี 2558 เติบโต 0.89% อยู่ที่ 1.72 แสนล้านบาท ส่วนเบี้ยประกันวินาศภัย มีเบี้ยรับรวม 6.92  หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.15% ต่ำกว่าจีดีพีที่รัฐบาลแถลงว่าเติบโต 3% ในไตรมาสแรก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจประกันชีวิต เห็นตรงกันว่า 6 เดือนแรกปี 2558 น่าจะเติบโตได้ในระดับเดียวกับจีดีพีที่ระดับ 2-3% ที่การเติบโตลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เพราะธุรกิจประกันชีวิต ลดการขายกรมธรรม์ประเภทชำระเบี้ยครั้งเดียว หรือ ซิงเกิลพรีเมียม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำมาก ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะสั้นต่ำ บริษัทประกันชีวิตจึงต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง

ขณะที่ ธุรกิจประกันวินาศภัย อาจจะเติบโต 1-2% หรือเสมอตัวใน 6 เดือนแรก เพราะได้รับผลกระทบจากยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลงอย่างมาก และ ภาคอุตสาหกรรมลดการผลิต และไม่มีการลงทุนใหม่ การส่งออกติดลบ ทำให้ไม่มีลูกค้ารายใหม่

ครึ่งปีหลังโตกว่าจีดีพี

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิต และ ธุรกิจประกันภัย ในมุมมองของผู้บริหารทั้ง 2 ธุรกิจ และนักวิเคราะห์ เห็นตรงกันว่า ครึ่งหลังของปี 2558 จะฟื้นตัวทำให้เติบโตสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และยังหนึ่งในธุรกิจดาวเด่น แต่คงโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) คาดว่า ธุรกิจประกันภัยปี 2558 นี้จะมีเบี้ยรับรวม 7.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 12% โดยเบี้ยประกันวินาศภัย จะเติบโตได้ประมาณ 4-6% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 8% ส่วนธุรกิจประกันชีวิต คาดว่าจะเติบโตประมาณ 10% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 13% ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว

ขณะที่  ผู้ประกอบการธุรกิจประกันชีวิต คาดว่าครึ่งปีหลังนี้ เบี้ยรับรวมจะเติบโตประมาณ 7-8% สูงกว่าจีดีพีที่คาดว่าปีนี้จะโต 3.5%-4% เมื่อรวมทั้งปีในปี 2558 อาจจะโตประมาณ 2 เท่าของจีดีพี หรือมีเบี้ยรับรวมประมาณ 5.4 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3 เท่าของจีดีพี หรือ 13% เบี้ยรับรวมที่ 5.71 แสนล้านบาท

สำหรับ เหตุผลที่คาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เพราะบริษัทประกันชีวิตต่างระดมความคิดในการออกสินค้าใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว และคุ้มครองสุขภาพ อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง ที่ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารและยังได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม จะเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาคึกคัก

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีกำลังซื้อสูงขึ้น  ขณะที่ประชาชนรายได้ปานกลางถึงสูงมองหาเครื่องมือลงทุนที่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งประกันชีวิตจะเป็นหนึ่งในการออมที่ได้รับความนิยม และขายดีในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วน เหตุผลที่ทำให้เบี้ยรับรวมโตไม่ถึง 13% มาจากบริษัทประกันชีวิตยังคงชะลอขายกรมธรรม์ซิงเกิลพรีเมียม ทำให้เบี้ยส่วนนี้หายไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท และเป็นผลมาจากลูกค้าเก่ามีการเวนคืนกรมธรรม์ หรือยกเลิกกรมธรรม์ เพื่อขอเงินคืน ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

สำหรับ ธุรกิจประกันวินาศภัย ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2558 ผู้บริหารส่วนใหญ่ คาดว่าจะฟื้นตัวและเติบโตได้ 5-6% จากการที่รัฐบาลคาดว่าการส่งออกจะดีขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมขยายกำลังการผลิตทำให้ทรัพย์สินมีมูลค่าสูงขึ้น และมีการซื้อประกันภัยเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลเริ่มมีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้าง ย่อมต้องมีการทำประกันภัยทรัพย์สินและก่อสร้างเพิ่มขึ้น

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการที่เติบโต จะส่งผลดีต่อประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ ประกันการท่องเที่ยว รวมถึงประกันภัยทรัพย์สินเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน  ประกันภัยรถยนต์จะกระเตื้องขึ้น จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์มีแผนจะผลิตรถรุ่นใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง และ รถหลายยี่ห้อ มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึง เบี้ยประกันภัยข้าวนาปี จะเข้ามาอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ