posttoday
ยุคนี้เขาขายข้อมูลกัน (ตอนที่ 2)

ยุคนี้เขาขายข้อมูลกัน (ตอนที่ 2)

30 มิถุนายน 2558

ตอนที่แล้วผมเล่าเรื่องยุคโรงงานอุตสาหกรรม หรือ Industrial Age

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

ตอนที่แล้วผมเล่าเรื่องยุคโรงงานอุตสาหกรรม หรือ Industrial Age ...ถ้าในอเมริกา เขาเรียกยุค Robber Baron แปลตรงๆ ก็คือ ยุคที่คนรวยยุคใหม่เหล่านี้มั่งคั่งกว่าพวกเจ้าหรือคนชั้นสูงในสมัยโบราณ

เรื่องยุคสมัยนี่ยิ่งศึกษายิ่งสนุก เพราะมันชี้ให้เห็นวิวัฒนาการของโลกและการสร้างความมั่งคั่งเลยว่า คนที่เกิดในยุคต่างๆ ก็จะโดนกรอบความคิด ซึ่งเราใช้คำว่า Comfort Zone ปิดกั้นไม่ให้คนรวยเหล่านี้สามารถส่งผ่านความรวยไปถึงลูกหลาน

เพราะแต่ละ Generation จะห่างกันประมาณ 15 ปี ...ที่สำคัญคนที่เกิดใน Generation เดียวกันก็จะคิดเหมือนกัน ...ผมลองให้คุณสังเกตรอบตัว วันนี้เด็กที่กำลังเข้าทำงานมันคือ Gen Y

ลองดูสิครับ นายจ้าง และบริษัทต่างๆ เอือมระอาคนเหล่านี้ เพราะ

หนึ่ง ไม่อดทน ...จริงไหม คุณลองให้คนเหล่านี้รออะไรสิ ...เขาเหมือนจะตาย เพราะการรอคอยในยุคนี้เป็นเรื่องที่ทนไม่ได้ คิดง่ายๆ รอโหลดเว็บ ถ้าเกิน 3 วินาที เขาเปลี่ยนไปเว็บอื่นเลย ...จบไหม

สอง ไม่มีความจงรักภักดี เพราะอีกชื่อของเด็กยุคนี้ คือ Gen Me คือ “ฉัน” ฉันคือศูนย์กลางทุกความสำคัญ ...อันนี้โทษพ่อแม่ที่ทุ่มทุกอย่างให้ลูกมากที่สุด ให้เรียนดีที่สุด แพงที่สุด ให้ใช้ของใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองไม่เคยได้ ...และก็โทษที่ให้ความคิดลูกว่า “ลูกสามารถเป็นทุกอย่างได้อย่างใจปรารถนา!!”

ใช่!! อันหลังนี้โหดสุด ...คุณทราบไหมว่า เด็กที่คิดว่าเขาสามารถเป็นอะไรก็ได้อย่างที่เขาปรารถนา เขาจะไม่ต่างอะไรกับผม “ภาววิทย์” ผมเอง ผมคิดเสมอว่า ผมจะเป็น บิล เกตส์ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ...กว่าจะเลิกคิด ก็ถึงปัจจุบัน -- โคตรเหนื่อยเลย อยากจะเป็น บิล เกตส์ มันเหนื่อยจริงๆ นะ ...ถ้าลูกคุณเป็นแบบผม ต้องเลือดและแผลเต็มหลัง เพราะตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนเริ่มธุรกิจเอง ผมเจ๊งตลอด เรียนจากความล้มเหลว “ร้องไห้หนักมาก ...ไม่พอ คนรอบข้างมองผมว่า ...แกว่งเท้าหาเสี้ยน!!”

ลองถามผมใหม่สิครับว่า วันนี้ผมอยากเป็น บิล เกตส์ ไหม ...ผมตอบเลย “ผมเป็น ภาววิทย์ นี่ดีที่สุดแล้ว” เดี๋ยวนี้หลักการของผม คือ “ดีที่สุดในจุดที่ยืน” แต่ไม่ยืนเฉยๆ นะ คือ ศึกษาเรียนรู้ชีวิตไปเรื่อยๆ โคตรมันส์ ขอบอก ...เป้านี้คือเป้าที่ผมแนะนำเด็กรุ่นใหม่เลย

ไม่มีทาง คุณไม่มีทางเป็นใครก็ได้ที่คุณอยากจะเป็น ...คุณเป็น บิล เกตส์ ไม่ได้ เพราะ บิล เกตส์ มีคนเดียวในโลก แล้วเส้นทางการเดินสู่การเป็น บิล เกตส์ ก็ถูกเดินไปแล้ว ซึ่งจะไม่มีเส้นทางสู่ บิล เกตส์ เป็นครั้งที่สอง

จะไม่มี สตีฟ จ็อบส์ คนที่สอง ...จะไม่มี มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก คนที่สอง ...เพราะทุกเส้นทางชีวิตของแต่ละคนมีเพียงหนึ่งเดียว!!

หนังสือที่ผมว่าคลาสสิกที่สุดสำหรับยุคนี้ คือ ZERO to ONE ของ ปีเตอร์ ทีล เขาพูดสิ่งนี้เลยว่า ทุกความสำเร็จมีเส้นทางเพียงหนึ่งเดียว ...คุณไม่สามารถก๊อบปี้เส้นทางของใครได้ ...คุณไม่สามารถก๊อปปี้ สตีฟ จ็อบส์  ...ดังนั้น ฝันลมๆ แล้งๆ ว่า “เด็กทุกคนสามารถเป็นอะไรก็ได้ มันไม่จริง”

คุณลองย้อนถามเด็กทุกคนสิครับ เขาจะมีคนที่เขาอยากเป็น ซึ่งดีนะ แต่เขาไม่มีทางเป็นคนที่เขาอยากเป็น ดังนั้น จริงๆ มันต้องสอนใหม่ว่า “เป็นตัวเองให้ดีที่สุดในจุดที่ยืน แล้วสนุกกับมัน”

ใช่!! ลองสังเกตดูสิครับ จะพบว่า ทุกไอดอลตั้งแต่ บิล เกตส์ สตีฟ จ็อบส์ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ล้วนเป็นคนที่ไม่ได้เป็นเหมือนใคร ...เขาเป็นคนที่ “แหกกฎ” ในยุคของเขา เพราะในขณะที่เพื่อนของเขามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คนเหล่านี้มักจะมีเป้าหมายที่ตรงข้าม

อย่าง มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก เขาลาออกจากฮาร์วาร์ดเมื่อเขาเจอสิ่งที่เขาอยากทำ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทนเรียนต่อไป แม้ว่าจะเจอฝันเหมือนๆ กัน ...แค่นี้ก็ต่างแล้ว คือ คนหนึ่งกล้าวิ่งตามฝัน ซึ่งมันเสี่ยงโคตรๆ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยอมก้มหน้าต่อไปเพื่อชีวิตไม่เสี่ยง

แต่สุดท้ายคนส่วนใหญ่ที่เลือกทางเดินชีวิตไม่เสี่ยง (ไม่เสี่ยงออกไปทำตามฝัน) ...ก็เลยซวย ยากจน ไร้อนาคต

คุณลองคิดดีๆ สิ ...ผมกำลังจะชี้ให้คุณเห็นว่า “จริงๆ แล้วยุคนี้ (กฎยุค Gen Y) คือ คนที่ไม่อยากเสี่ยงในชีวิต กลับเป็นคนที่เสี่ยงที่สุด จนที่สุด และไม่มีความสุขในชีวิตเลย”

คุณคิดว่า คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ ตามแบบแผนที่พ่อแม่วางไว้ เขาจะมีความภูมิใจในชีวิตหรือ ...คุณรู้ไหมคนเหล่านี้แม้จะมีเงิน แต่เขาก็สงสัยในความสามารถของตัวเอง ...เขาไม่เคยออกจาก Comfort Zone และไม่เคยรู้เลยว่า ถ้าเขาไม่เดินในกรอบที่พ่อแม่วางไว้ ชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร

ใช่!! คน 80% ของโลกน่ะ เขาไม่กล้าที่จะออกจากกล่อง ...คิดว่าเขาทนทำในสิ่งที่ทำ จะนำเขาสู่ความแตกต่าง ...ไม่จริงครับ ...ถ้าทำสิ่งเดิมๆ จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างได้อย่างไร -- มันต้องลองทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ ...นั่นแหละ สิ่งที่คุณต้องกลับไปคิด!!

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี