
หุ้นไทย 29 มิ.ย. ปิดลด 6.84 จุด
หุ้นไทย 29 มิ.ย.ได้แรงซื้อท้ายตลาดปิด ปิดที่ 1,511.19 จุด ลดลง 6.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39 263 ล้านบาท
หุ้นไทย 29 มิ.ย.ได้แรงซื้อท้ายตลาดปิด ปิดที่ 1,511.19 จุด ลดลง 6.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39 263 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวันก่อนจะได้แรงซื้อช่วงท้ายตลาดมาปิดที่ 1,511.19 จุด ลดลง 6.84 จุด หรือ 0.45% มูลค่าการซื้อขาย 39,263 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.KBANK ปิดที่ 195.50 บาท ลดลง -4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,035.86 ล้านบาท
2.PTT ปิดที่ 363.00 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,883.74 ล้านบาท
3.TASCO ปิดที่ 22.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,567.79 ล้านบาท
4.AOT ปิดที่ 304.00 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,475.48 ล้านบาท
5.JAS ปิดที่ 5.45 บาท ลดลง -0.05 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,280.36 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.เอเซียพลัส (ASPS)กล่าวว่า เหตุที่ตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นมาจากในช่วงท้ายตลาดจากที่ดิ่งหลุด1,500จุดไปต่ำสุดที่ 1,495.86 จุด เพราะเชื่อว่าเป็นแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทสโดยเฉพาะสถาบันและพอร์ตบล.รวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่มองว่าว่าการที่หุ้นดิ่งลงในช่วงเช้าตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ลดลงจากปัญหากรีซเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
นอกจากนี้หากดูแรงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ปี 2552 ที่ต่างชาติซื้อสุทธิ 3.2แสนล้านบาทแต่ละตอนนี้ยอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเหลือเพียง 2.9หมื่นล้านบาทท่านั้นจึงจะไม่เห็นแรงขายหนักๆจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยอีก
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็จะต้องจับตาดูว่าปัญหากรีซจะมีทางออกอย่างไรกันต่อไปแต่ตลาดหุ้นที่ดีขึ้นก็จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้นและนักลงทุนในประเทศก็จะมีการลงทุนในลักษณะที่เป็นการซื้อขายในระยะสั้นๆมากกว่าดังนั้นจึงมองว่าหุ้นยังขึ้นในกรอบจำกัด โดยมองแนวต้านที่ 1,520 จุดและแนวรับที่1,500-1,510 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้นเมื่อกรีซมีปัญหาค่าเงินเหรียญสหรัฐก็จะแข็งค่าขึ้นจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงและในภาวะที่ค่าเงินอ่อนค่าก็ให้ลงทุนหุ้นที่ส่งออก ที่ไม่ได้เน้นไปยุโรป คือหุ้นอาหาร และหุ้นที่จ่ายปันผลดีเป็นต้น







