posttoday
หญิงเหล็กแบงก์ปินอย

หญิงเหล็กแบงก์ปินอย

29 มิถุนายน 2558

เฮเลน ยูเชงโก ดี นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ ประธาน ไรซัล คอมเมอร์เชียล แบงก์กิ้ง คอร์ป วัย 70 ปี

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เฮเลน ยูเชงโก ดี นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ ประธาน ไรซัล คอมเมอร์เชียล แบงก์กิ้ง คอร์ป วัย 70 ปี เข้าสู่โผการจัดอันดับนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลของเอเชีย ประจำปี 2558 ในอันดับที่ 32 ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารฟอร์บส์ และเป็น 1 ใน 27 นักธุรกิจหน้าใหม่ที่เข้าสู่บัญชีรายชื่อในปีนี้

ดีเป็นลูกสาวคนโตของ อัลฟองโซ ยูเชงโก อดีตเอกอัครราชทูตของประเทศฟิลิปปินส์ และนักธุรกิจใหญ่เจ้าของยูเชงโก กรุ๊ป เธอเป็นพี่สาวคนโตจากทายาททั้งหมด 8 คน โดยเธอและน้องชายอีก 3 คน ได้ทำงานร่วมกับพ่อมาตลอด

ทุกคนคาดหวังว่าบรรดาน้องชายของเธอนั้นจะต้องก้าวมารับตำแหน่งทายาทสืบทอดธุรกิจต่ออย่างแน่นอน แต่เมื่อปี 2543ยูเชงโกผู้พ่อได้ประกาศให้เธอขึ้นมาดูแลธุรกิจของยูเชงโก กรุ๊ป ทั้งหมด เมื่อเธออายุ 59 ปีสร้างความแปลกใจให้เธออย่างมาก เพราะเธอคิดมาตลอดว่าพ่อของเธอนั้นเป็นคนหัวโบราณ ลูกชายเท่านั้นถึงจะขึ้นมาสืบทอดอำนาจได้

ปัจจุบันดีเป็นประธานของบริษัท ซึ่งมีธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลทั้งหมด 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ไรซัล คอมเมอร์เชียล แบงก์กิ้ง คอร์ป (อาร์ซีบีซี) มาลายัน อินชัวรันส์และเฮาส์ ออฟ อินเวสเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดยเธอสามารถบริหารธุรกิจนี้จนสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวมากกว่า 685 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ครอบครัวยูเชงโกถูกจัดอันดับให้เป็นผู้ที่ร่ำรวยอันดับที่ 23 ของประเทศฟิลิปปินส์

ในธุรกิจธนาคาร อาร์ซีบีซีติดอันดับ 1 ใน 5 ธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศ ด้วยจำนวนลูกค้ากว่า 6.5 ล้านคน ซึ่งภายใต้การบริหารงานของเธอ สามารถสร้างการเติบโตได้มากถึง 4 เท่า หากเทียบตั้งแต่ปี 2548 จนถึงสิ้นปี 2556

ขณะที่ธุรกิจ มาลายัน อินชัวรันส์ เป็นธุรกิจประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีทรัพย์สินประมาณ 565 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้เธอยังเป็นรองประธานบริษัทอีอีไอ คอร์ป ธุรกิจของครอบครัวที่ดูแลด้านงานก่อสร้าง ซึ่งธุรกิจดังกล่าวสร้างรายได้ให้สูงถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 จากการดำเนินการภายในประเทศ

ดีใช้การบริหารงานด้วยรูปแบบอนุรักษนิยม ซึ่งหากเทียบกับผู้เป็นพ่อ พ่อของเธอจะกล้าเสี่ยงและชอบความท้าทายมากกว่า โดยพ่อของเธอนั้นจะชอบสร้างความสัมพันธ์กับนักธุรกิจต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ตัวเธอเองชอบติดอยู่กับคนใกล้ชิด เพื่อน และเข้าร่วมงานสังคมน้อยมาก

ในทางธุรกิจ เธอไม่ได้มุ่งหวังในด้านการขยายธุรกิจ หรือการกู้ยืมเงินมากนัก เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดวิกฤตทางการเงิน หรือวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ เธอมองว่าธุรกิจของเธอไม่จำเป็นต้องใหญ่โตเท่ากับบริษัทอื่นๆ แต่หากเมื่อประสบกับวิกฤตบริษัทภายใต้การดูแลทั้งหมดจะต้องไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ขณะเดียวกัน การขยายโอกาสทางธุรกิจ เธอมักจะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองมากที่สุด รวมถึงให้ความสำคัญกับคนที่จะเข้ามาร่วมงาน

ดีให้คำจำกัดความตัวเองว่า เธอเป็นผู้บริหารแบบทั้งเผด็จการและแบบประชาธิปไตย เธอเป็นคนรับฟังความเห็นของผู้อื่น แต่หากเมื่อตัดสินใจจะทำอะไรแล้ว ทุกคนต้องทำตาม อีกทั้งยังให้พนักงานมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ที่รับผิดชอบ แต่จะต้องรายงานการดำเนินการทุกขั้นตอน

พนักงานในบริษัทของเธอ ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าสไตล์การบริหารงานของเธอที่กระจายการทำงาน ให้ลูกน้องได้ทำงานอย่างมีอิสระนั้น เป็นแนวทางที่ดีและทำให้องค์กรเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ