
นิคมอุตฯตื่น ถกแผนรับมือ
จากปัญหาภาวะภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมเท่านั้น
โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
จากปัญหาภาวะภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงภาคอุตสาหกรรมและการผลิต หากฝนทิ้งช่วงยาวนานจะยิ่งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน
จักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรมในภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นนิคมฯ ที่มีการใช้น้ำมากที่สุดในประเทศ เนื่องจากมีการกระจายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่มาก
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก มี จ.ระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี นิคมฯ ขนาดใหญ่ ได้แก่ มาบตาพุด ผาแดง เหมราชตะวันออก และท่าเรือมาบตาพุด ใช้น้ำเฉลี่ยวันละไม่เกิน 4 แสนลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมชลบุรีเข้าไป ปริมาณการใช้น้ำไม่เกิน 5 แสนลูกบาศก์เมตร/วัน
ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำ มีบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์วอเตอร์ ดูแลจัดสรรน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ คลองใหญ่ หนองปลาไหล และดอกกราย ส่วนที่ชลบุรี คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ และหนองคล้อ ซึ่งขณะนี้ยังมีน้ำสำรองเฉลี่ยกว่า 60%
“ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ และยังไม่มีความจำเป็นที่ภาคอุตสาหกรรมจะต้องชะลอการผลิต” จักรรัฐ กล่าว
สำหรับภาคกลาง มีนิคมฯ ไฮเทค บางปะอิน ใช้น้ำสูงสุด 4.5 หมื่นลูกบาศก์เมตร/วัน ขณะที่นิคมฯ สหรัตนนคร ขุดบ่อบาดาลไว้ 10 บ่อ ซึ่งอาจนำน้ำมาใช้ได้ประมาณ 6,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน ใช้เป็นน้ำสำรองได้ 30% เท่านั้น
จักรรัฐ กล่าวอีกว่า หากฝนไม่ตกในระยะ 1 เดือนหลังจากนี้ หรือถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ กนอ.ยังรับมือได้อยู่ แต่หากฝนทิ้งช่วงมากกว่านี้คือสัญญาณร้ายของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญ เมื่อถึงจุดที่น้ำไม่พอคงต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนลดกำลังการผลิตลง เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ได้
ทวิช เตชะนาวากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอินดัสเตรียล เอสเตท ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กล่าวว่า วันอังคารที่ 30 มิ.ย. ผู้บริหารนิคมฯ จะเรียกผู้ประกอบการในนิคมฯ มาหารือเพื่อเตรียมแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมบางปู ที่มีความต้องการใช้น้ำ 3 หมื่นลูกบาศก์เมตร/วัน จากการประปานครหลวง (กปน.) เป็นหลัก ซึ่งจะมีประชุมร่วมกับ กปน. วันที่ 1 ก.ค.นี้
แม้ปีนี้ภาคอุตสาหกรรมจะมีแผนรับมือภัยแล้ง แต่แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นในอนาคต อาจต้องเตรียมความพร้อมในการรีไซเคิลน้ำมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับธุรกิจของตนเอง







