posttoday
บลจ.กสิกรคลอดกองทุนตราสารหนี้อินเดีย

บลจ.กสิกรคลอดกองทุนตราสารหนี้อินเดีย

05 กรกฎาคม 2553

บลจ.กสิกรไทย นำร่องคลอดกองทุนตราสารหนี้อินเดียอายุ 2 ปี เปิดขายตั้งแต่วันที่ 5-12 ก.ค.53 คาดผลตอบแทน 3% ปีต่อปี

บลจ.กสิกรไทย นำร่องคลอดกองทุนตราสารหนี้อินเดียอายุ 2 ปี เปิดขายตั้งแต่วันที่ 5-12 ก.ค.53 คาดผลตอบแทน 3% ปีต่อปี

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวกองทุนเปิด เคตราสารหนี้อินเดีย 2 ปี เอ มูลค่าโครงการ 7,500 ล้านบาทและหากความต้องการเข้ามาเกินมูลค่าที่เสนอขายจะขายเพิ่มอีก 500 ล้านบาท โดยเปิดขายวันที่ 5-12 ก.ค.2553 ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท อายุโครงการประมาณ 2 ปี คาดว่าผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี

กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจของประเทศอินเดีย 5 แห่ง ได้แก่ EXIM BANK, Indian Oil Corporation Limited , Power Finance Corporation Limited, Rural Electrification Corporation Limited และ ICICI BANK  โดยกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

นายพัชร กล่าวว่า บริษัทมองว่าประเทศอินเดีย เป็นกลุ่มในประเทศ BRIC ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง โดยคาดว่า BRIC จะเป็นกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจของโลกในอนาคต ทั้งนี้การเติบโตของจีดีพีของอินเดียในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.7-9.7% ซึ่งที่ผ่านมาเศรษฐกิจของอินเดียได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2551-2552 ค่อนข้างน้อย เพราะว่าอินเดียเน้นการบริโภคภายในประเทศสูงถึง 60% และมีการลงทุนภายในประเทศของรัฐบาลและเอกชนถึง 43%

อย่างไรก็ตามแม้สถานะหนี้รวมของรัฐบาลและเอกชนจะสูงถึง 142% ของจีดีพี แต่เป็นการพึ่งพาแหล่งเงินทุนในประเทศผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้อินเดียยังมีอัตราเงินออมสูงถึง 36% ขณะที่ปริมาณเงินฝากที่ไม่ได้นำไปปล่อยกู้ต่อสูงถึง 70% ทำให้มีสภาพคล่องในระบบสูงพอที่จะปล่อยกู้ให้รัฐบาล ขณะที่หนี้ต่างประเทศ คิดเป็น 16.7% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงไทย นอกจากนี้อินเดียยังมีเงินทุนสำรองคิดเป็น 11.5 เดือนของสินค้านำเข้า

“หลังจากผลตอบแทนของกองทุนพันธบัตรเกาหลีลดลง ทำให้เราต้องหากองทุนใหม่ๆ และตราสารอินเดียนั้นเราเป็นเจ้าแรกที่ตั้งกองทุนออกไปลงทุน เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากและพันธบัตรของไทย ขณะเดียวกับที่ความเสี่ยงไม่ได้สูงมาก เพื่อตอบโจทย์แก่ลูกค้า ซึ่งกองทุนนี้รูปแบบเดียวกับกองทุนพันธบัตรเกาหลีมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน”นายพัชร กล่าว

น.ส.ปราณี เกียรติชัยพิพัฒน์ ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาค สำนักวิจัยบลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายของอินเดียอยู่ที่ 5.5% ซึ่งล่าศุกร์เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา อินเดียเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 และคาดว่าปีนี้จะปรับขึ้นอีก 1% แต่ไม่ถือว่าน่ากลัวเป็นการปรับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มส่งสัญญาณว่าจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ภาวะปกติ โดยบริษัทคาดการณ์จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยช่วงเดือนก.ค. - ส.ค. แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่น่าจะสูงมากนัก โดยอยู่ที่ 0.5-0.75% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้จะอยู่ที่ 1.75-2.0% จากปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.25% ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าคงทยอยขึ้นอีก 1%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ