posttoday
‘เจี้ยนต้าสตีล’ แตกไลน์

‘เจี้ยนต้าสตีล’ แตกไลน์

26 มิถุนายน 2558

คนจำนวนมากใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ และสุดท้ายความฝันนั้นก็ไม่เกิดขึ้นจริง

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

คนจำนวนมากใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ และสุดท้ายความฝันนั้นก็ไม่เกิดขึ้นจริง ในขณะที่บางคนมุ่งมั่นเดินตามฝันและทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ เพราะมีธุรกิจครอบครัวที่มั่นคงให้ทำได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังเลือกมองหาสิ่งที่ท้าทายกว่า

อุกฤษฏ์ ตัณฑเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีโม่ เอ็นเนอร์จี เปิดเผยว่า ครอบครัวทำธุรกิจโรงงานผลิตเหล็กเส้น ภายใต้ชื่อบริษัท เจี้ยนต้า สตีล มานาน 29-30 ปีแล้ว ซึ่งธุรกิจก็มีความมั่นคงพอตัว ทางครอบครัวจึงมอบหมายภารกิจให้ทำหน้าที่ในการเสาะหาโอกาสการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม 

กว่าจะก้าวไปถึงการเสาะหาธุรกิจใหม่ๆ นั้น ก็ได้ทำงานในบริษัทขนาดใหญ่มาก่อน 2 แห่ง รวมเวลา 3 ปี เพื่อหาประสบการณ์ในการทำงาน จากนั้นจึงเริ่มหันมาศึกษาต่อเพิ่มเติมปริญญาโท สาขากฎหมายธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะมองว่าหากจะลงทุนทำธุรกิจก็ควรรู้กฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดด้านการวางโครงสร้างการลงทุน จากเดิมมีพื้นฐานความรู้เศรษฐศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ใช้เวลาในการศึกษาโอกาสธุรกิจใหม่ 1 ปีเต็ม โดยมุ่งความสนใจไปที่การลงทุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรบุคคลน้อย ไม่ต้องหาวัตถุดิบมาใช้ในการผลิตมาก ประกอบกับพลังงานหมุนเวียนเป็นธุรกิจมีอนาคตไกล เพราะแต่ละประเทศต่างก็มีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งสิ้น รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อุกฤษฏ์ กล่าวว่า ตั้งแต่แรกให้น้ำหนักศึกษาพลังงานหมุนเวียนจากฟาร์มผลิตพลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) เป็นหลัก แต่ก็ศึกษาพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นประกอบด้วย เช่น พลังงานลม อย่างไรก็ตามวิเคราะห์แล้วพบว่า โซลาร์ฟาร์มน่าจะเป็นทางเลือกที่น่าลงทุนที่สุด จึงเดินหน้าหาโอกาสลงทุนด้านนี้

เดิมทีวางแผนจะลงทุนทำโซลาร์ฟาร์มในไทย แต่พบว่า การทำธุรกิจประเภทนี้ในไทยขอใบอนุญาตได้ยากมาก ประกอบกับมีบริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น บริษัทในเครือของเชาว์ สตีล กรุ๊ป ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับทางบริษัท เจี้ยนต้า สตีล อยู่แล้ว ได้ไปลงทุนทำโซลาร์ฟาร์ม ในญี่ปุ่นและชักชวนให้ไปลงทุน โดยทางพรีเมียร์ โซลูชั่น จะทำหน้าที่หาพื้นที่ รวมทั้งก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มให้ ทำให้ตัดสินใจลงทุน โดยได้ตั้งบริษัท พรีโม่ กรุ๊ป ขึ้นมาเป็นบริษัทแม่ พร้อมกับตั้งบริษัท พรีโม่ เอ็นเนอร์จี เป็นบริษัทย่อย ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น

สาเหตุที่ตั้งบริษัท พรีโม่ กรุ๊ป เป็นบริษัทแม่ก่อน เพราะต้องการเตรียมไว้รองรับโอกาสในอนาคตกรณีที่สนใจขยายการลงทุนในธุรกิจอื่นอีก จะได้ตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาอยู่ใต้พรีโม่ กรุ๊ปไปลงทุนได้ โดยตัวเองถือหุ้นในบริษัทนี้เกือบ 100% เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาได้ลงนามในสัญญาจัดจ้างบริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น เป็นผู้รับเหมาออกแบบโรงไฟฟ้าพลังงานในญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว

ด้านสัญญาที่เซ็นไว้นั้นจะลงทุนในระยะเวลา 2 ปี เพื่อผลิตไฟฟ้า 30 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท 80% จะมาจากการกู้สถาบันการเงิน โดยระยะแรกจะเริ่มลงทุนสร้างโซลาร์ฟาร์ม ผลิตไฟฟ้า 3.6 เมกะวัตต์ก่อน ไม่เกิน 1 เดือนจากนี้น่าจะเริ่มก่อสร้าง และคาดว่าจะผลิตไฟจ่ายได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้า หลังจากสร้างโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ทางพรีเมียร์ โซลูชั่น พันธมิตรก็จะหาพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อทำโซลาร์ฟาร์ม ผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือตามสัญญา

“การลงทุนตั้งโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น ได้ซื้อประกันโครงการเอาไว้ด้วย ดังนั้นหากเกิดเหตุสึนามิ หรือมีอุบัติเหตุอะไรที่ส่งผลกระทบต่อโซลาร์ฟาร์ม ก็จะมีประกันชดเชยให้ จึงไม่กังวลเรื่องความเสี่ยงนี้” อุกฤษฏ์ กล่าว

ผลตอบแทนที่บริษัทจะได้จากการลงทุนเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 10% ของเงินลงทุนต่อปี และไม่นับรวมเงินต้นที่ลงทุนไปและจะทยอยได้คืน โดยจะได้รับผลตอบแทนจากการผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้กับญี่ปุ่นเป็นเวลา 20 ปี เท่าๆ กัน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะใช้บุคลากรดูแลไม่มาก แต่ได้ผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

ขณะที่ความเสี่ยงของธุรกิจนี้ จากที่พิจารณาน่าจะเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันยังเป็นปัจจัยบวกมากกว่าลบ เพราะค่าเงินเยนอ่อนค่าในช่วงที่บริษัทต้องใส่เงินลงทุนเข้าไป ทำให้ใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเป็นเงินเยน

อุกฤษฏ์ กล่าวว่า แม้จะอายุยังน้อยแต่ได้เข้ามาจับธุรกิจที่เงินลงทุนสูงขนาดนี้ได้เป็นเพราะได้เจอกับพันธมิตรที่เข้าใจกัน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นอานิสงส์จากบริษัทครอบครัวที่เป็นคู่ค้ากับพันธมิตรรายนี้อยู่แล้ว มีความคุ้นเคยกันดี ประกอบกับยึดหลักในการทำงานเสมอว่าต้องซื่อสัตย์ เจรจาอะไรจะต้องตรงไปตรงมา เมื่อคู่ค้าได้เห็นและรับทราบแนวทางนี้จึงมั่นใจจะร่วมมือด้วย โดยที่ผ่านมาทางครอบครัวปล่อยให้ดำเนินการทุกอย่างเอง ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายใดๆ

แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ได้ลงทุนโซลาร์ฟาร์มในไทยเพราะติดขัดเรื่องการขออนุญาตยาก แต่หากอนาคตการขออนุญาตง่ายขึ้น อุปสรรคน้อยลงก็อาจจะกลับมาสนใจลงทุนโซลาร์ฟาร์มในไทยด้วยเช่นกัน
ส่วนธุรกิจอื่นๆ ยังไม่ได้มองในเวลานี้ เพราะต้องการให้ความสำคัญทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นให้ดีก่อน

นับเป็นคนรุ่นใหม่อีกคนที่น่าจับตา เพราะวิสัยทัศน์การลงทุนนั้นกว้างไกลทีเดียว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ