posttoday
‘ไฟฟ้าทดแทน’ ติดกับดัก ปมสายส่งน้อย-กฟผ.หวั่นต้นทุนพุ่ง

‘ไฟฟ้าทดแทน’ ติดกับดัก ปมสายส่งน้อย-กฟผ.หวั่นต้นทุนพุ่ง

25 มิถุนายน 2558

แม้ว่า ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน จะมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน 8 ประเภท

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

แม้ว่า ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน จะมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน 8 ประเภท เช่น ไฟฟ้าชีวมวล ไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และพลังงานลม อย่าง “ชัดเจน” ทั้งในแง่เป้าหมายและรูปแบบรับซื้อไฟฟ้าที่เปลี่ยนจากระบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อ (Adder) มาเป็น Feed in Tariff หรือระบบอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุน

แต่ทว่าการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนอาจไม่ราบรื่นนักในทางปฏิบัติ เนื่องจากกระทรวงพลังงานเพิ่มเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะไฟฟ้าพลังงานทดแทน 7 ประเภท ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจลงทุน

“โครงการโรงไฟฟ้าทดแทนประเภทอื่นๆ ยกเว้นโซลาร์เชลล์ ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยนำรูปแบบการเปิดประมูลแข่งขันด้านราคาขายไฟฟ้า (Bidding) มาใช้ คือ นอกจากจะต้องพิจารณาความพร้อมเรื่องแหล่งเงินทุนและแหล่งวัตถุดิบแล้ว ค่าไฟฟ้าที่เอกชนเสนอขายให้ภาครัฐต้องถูกด้วย โดยจะนำร่องที่โรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้า ชีวภาพที่จะเปิดรับซื้อ 31 ก.ค.นี้ ก่อนจะทยอยไปยังโรงไฟฟ้าประเภทที่เหลือ” ทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุ

เช่นเดียวกับการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ในล็อตถัดไปจนครบเป้าหมาย 6,000 เมกะวัตต์ ในปี 2579 ทั้งโครงการที่เข้าข่ายได้รับพิจารณา 178 โครงการ 1,073 เมกะวัตต์ และโครงการใหม่ๆ ที่จะลงทุนในอนาคต “ต่างก็มีอนาคตที่ไม่แน่นอนเช่นกัน”

เนื่องจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า การพิจารณารับซื้อจากนี้ไปจะมีการกำหนดโซนนิ่งระบบสายส่งไฟฟ้า คือ จะต้องพิจารณาความพร้อมของระบบสายส่งที่จะรองรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ส่งผลให้การตอบตกลงรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนในหลายพื้นที่ต้องเลื่อนออกไป เช่น ภาคอีสานจะต้องรอไปจนถึงปี 2560 เนื่องจากการสร้างสายส่งไฟฟ้าใหม่จะแล้วเสร็จในปี 2560 หรือ 2 ปีจากนี้

สอดคล้องกับ พิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ข้อมูลว่า แม้ว่าภาครัฐจะประกาศสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนชัดเจน แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ ระบบสายส่งไม่เพียงพอกับโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะมีการลงทุนในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ประกาศพื้นที่สายส่งทั่วประเทศที่จะรองรับการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน 3,470 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 101 เมกะวัตต์ ภาคใต้ 113 เมกะวัตต์ ภาคตะวันออก 276 เมกะวัตต์ ภาคตะวันตก 703 เมกะวัตต์ ภาคกลาง 470 เมกะวัตต์ และกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,800 เมกะวัตต์ ส่วนภาคอีสานระบบสายส่งไม่สามารถรองรับได้ และต้องรอการขยายระบบสายส่งไฟฟ้าที่จะแล้วเสร็จในปี 2562

“เอกชนอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอไปยังภาครัฐให้พิจารณาเปิดรับซื้อไฟฟ้าล่วงหน้าได้หรือไม่ แม้เป็นพื้นที่ที่สายส่งยังไม่พร้อม เพื่อที่เอกชนจะได้เริ่มลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าไปก่อน เมื่อถึงปี 2562 สายส่งพร้อมก็จะได้จ่ายไฟเข้าระบบได้ทันที” พิชัย กล่าว

แต่กระนั้น อุปสรรคของการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ กฟผ.ที่ทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงด้านการผลิตและรับซื้อไฟฟ้า กังวลว่าการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีต้นทุนการผลิตสูงในปริมาณที่มากเกินไปจะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น

“ถ้าจะให้เราซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมา 5-6 บาท/หน่วย แล้วจะให้ขาย 3 บาท/หน่วย เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอีก 3 บาท ใครต้องรับผิดชอบ จึงเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน และแม้ว่าการลงทุนไฟฟ้าทดแทนจะกระตุ้นการลงทุนได้ แต่ก็มีเพียงคนกลุ่มหนึ่งที่รวย” รัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าว

ขณะที่ปัญหาสำคัญของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ และไฟฟ้าพลังงานลมนั้น รัตนชัย บอกว่า “หากไม่มีแดด ไม่มีลม ก็จ่ายไฟฟ้าไม่ได้ แต่ถ้าท่าน (รัฐบาล) สั่งให้ซื้อ 1,000 เมกะวัตต์ กฟผ.ต้องต่อรองว่าจะซื้อได้หรือไม่ ต้องคุยกับทุกหน่วยงาน เพราะมีผลต่อค่าไฟฟ้า”

เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านจะพบว่าอนาคตพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์อาจไม่ใช่ธุรกิจดาวรุ่งก็เป็นได้ เพราะมีกับดักรออยู่ข้างหน้าอีกเพียบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท