
น้ำหนักหุ้นยานยนต์ปกติ
ตัวเลขอุตสาหกรรมรถยนต์เดือน พ.ค. ติดลบทุกรายการ คือ ยอดผลิตรถยนต์ ลดลงเหลือ 135,045 คัน เพิ่มขึ้น 9% จากเดือน เม.ย. และลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดรถยนต์ในประเทศ 56,939 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือน เม.ย. และลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและตลาดส่งออก 88,937 คัน เพิ่มขึ้น 8% จากเดือน เม.ย. และลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในเดือน พ.ค. ตลาดรอการเปิดตัวของรถกระบะรุ่นใหม่จากค่ายโตโยต้า รวมถึงความต้องการในประเทศที่ต่ำ
ตัวเลขอุตสาหกรรมรถยนต์เดือน พ.ค. ติดลบทุกรายการ คือ ยอดผลิตรถยนต์ ลดลงเหลือ 135,045 คัน เพิ่มขึ้น 9% จากเดือน เม.ย. และลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดรถยนต์ในประเทศ 56,939 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือน เม.ย. และลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและตลาดส่งออก 88,937 คัน เพิ่มขึ้น 8% จากเดือน เม.ย. และลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในเดือน พ.ค. ตลาดรอการเปิดตัวของรถกระบะรุ่นใหม่จากค่ายโตโยต้า รวมถึงความต้องการในประเทศที่ต่ำ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และ บล.เอเซีย พลัส ยังให้น้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ปกติ
นักวิเคราะห์เมย์แบงก์ได้ปรับประมาณการยอดผลิตในปี 2558 ลงเหลือ 2 ล้านคัน (+6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ลดลงจากประมาณการเดิม 2.1 ล้านคัน รอสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนกว่านี้ยอดผลิตรถยนต์เดือน พ.ค. ยังอ่อนแอ 135,045 คัน
5 เดือนแรกปีนี้ยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 783,508 คัน ติดลบเล็กน้อย 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน พ.ค. ทรุดลง เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่ฟื้นตัว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการเบิกจ่ายงบการลงทุนของรัฐบาลที่ยังไม่มากพอ การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง การลงทุนของภาคเอกชนที่ยังชะลอตัวและตลาดรอดู
สภาอุตสาหกรรมกำลังพิจารณาปรับลดคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ในปีนี้ลงจากตัวเลขคาดการณ์ 2.1 ล้านคัน (+12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) แต่การตกต่ำของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศอย่างหนัก ทำให้เมย์แบงก์ปรับลดประมาณการยอดผลิตรถยนต์ในปีนี้ลงเหลือ 2 ล้านคัน (+6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยปรับลดประมาณการยอดขายในประเทศลงเหลือ 8 แสนคัน (-9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากเดิม 9.2 แสนคัน (+4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และคงยอดประมาณการส่งออกที่ 1.2 ล้านคัน (+6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
ด้าน บล.เอเซีย พลัส คาดยอดผลิตรถยนต์ปี 2558 ที่ 2.1 ล้านคัน เติบโต 11.7% จากปี 2557 และคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มยานยนต์งวดไตรมาส 2 ปี 2558 ยังไม่สดใส แต่คาดว่าจะเห็นการพลิกกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังการเริ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างเต็มที่หนุนให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น โดยคาดกำไรกลุ่มปี 2558 เท่ากับ 4,000 ล้านบาท เติบโต 21% จากปี 2557 โดยเลือกบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) มูลค่าที่เหมาะสม 22 บาท เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจากปริมาณออร์เดอร์ในมือสูงทั้งจากรถกระบะรุ่นใหม่ รถแทรกเตอร์ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งคาดหนุนยอดขายและกำไรเติบโตโดดเด่น ส่วนหุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) มูลค่าที่เหมาะสม 16.4 บาท ด้วยราคาปัจจุบันเทียบเท่าราคาตามมูลค่าบัญชีเพียง 0.76 เท่า และสัดส่วนราคาต่อกำไร 9.4 เท่า และบริษัท อีโนเว รับเบอร์ (IRC) มูลค่าที่เหมาะสม 19.45 บาท ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคายางที่ต่ำกว่าปีก่อน หนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น







