
แอมเวย์ปรับใหญ่ มุ่งดิจิทัลเพิ่มยอดขาย
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก ทำให้ยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจขายตรงอย่าง “แอมเวย์” เร่งปรับตัวด้วยการหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้า หวังเพิ่มยอดสมาชิกและยอดขายในระยะยาว
ไมเคิล เคเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอมเวย์ กล่าวว่า บริษัทในฐานะผู้นำธุรกิจเครือข่ายอันดับหนึ่งของโลกมีสาขามากกว่า 100 ประเทศ ด้วยยอดขายกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ได้ปรับตัวเพื่อรับมือกับทศวรรษหน้า จึงได้พัฒนากลยุทธ์ระยะยาวที่เรียกว่า “แอมเวย์เน็กซ์” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและความประทับใจของแบรนด์สินค้า
ทั้งนี้ เริ่มจากการพัฒนาสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้จะใช้งบลงทุน 332 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อก่อสร้างโรงงานพร้อมการวิจัยและพัฒนา 5 แห่งปีนี้ ที่เวียดนาม อินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา โดยจะสร้างศูนย์ความงามแห่งเอเชียที่ประเทศเกาหลี และเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาทางสมุนไพรของเอเชียที่ประเทศจีน นอกจากนี้ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านกิจกรรมเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น การจัดงานนำเสนอผลิตภัณฑ์เอ็กซ์เซส เอเนอร์จี พร้อมจัดโปรแกรมควบคุมน้ำหนักที่ประเทศเกาหลี
นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยีโดยการนำดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและการมีส่วนร่วม เพื่อให้ทราบข้อมูลที่จำเป็นแบบทันที รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูล และที่สำคัญคือความรวดเร็วทั้งระบบซัพพลายเชน
กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับทศวรรษหน้า เนื่องจากเทรนด์ของโลกคนรุ่นใหม่นั้นไม่ต้องการลูกจ้างและนิยมเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านขายกาแฟ การเปิดร้านขายสินค้าบนเว็บไซต์หรืออินสตาแกรม
ขณะเดียวกันพยายามมองหาช่องทางอื่นที่จะมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะช่องทางการขายตรงเป็นโอกาสที่สำคัญ ในการสร้างประสบการณ์การใช้สินค้าผ่านสื่อดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงพฤติกรรมการเลือกใช้สินค้าของคนเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เลือกใช้สินค้าแยกตามความพอใจในแต่ละแบรนด์ แต่ปัจจุบันนิยมใช้สินค้าเป็นโซลูชั่นมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น คนเกาหลีนิยมทำอาหารรับประทาน แต่การขายสินค้าของบริษัทไม่ได้เน้นไปที่เครื่องครัวเป็นหลัก ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสบการณ์ที่ดีในการประกอบอาหาร และอาหารที่ออกมาต้องทำให้มีสุขภาพที่ดี ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก
“ในอดีตผู้ประกอบธุรกิจอิสระแอมเวย์ส่วนใหญ่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 18-35 ปี ซึ่งมีมากถึง 1 ใน 3 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” กิจธวัช กล่าว
สำหรับภาพรวมของธุรกิจในครึ่งปีแรกของปีนี้ยังคงทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปีก่อน และคาดว่ายอดขายทั้งปีจะใกล้เคียงปีก่อนที่ 1.62 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมาเร่งยอด โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเพอร์ซันนัลแคร์ เป็นหมวดสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง มาจัดแคมเปญซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง เช่น ยาสีฟันซื้อ 1 หลอด แถม 1 หลอดขนาดเล็ก หรือซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 4 ชิ้น สามารถแลกกระเป๋า เป็นต้น ซึ่งช่วยผลักดันให้ยอดขายในช่วง 2 เดือนเติบโต 10 เท่า และมีนักธุรกิจอิสระเพิ่มขึ้น 30%
กลยุทธ์แอมเวย์เน็กซ์จะผลักดันให้สมาชิกระดับแพลทินัมหรือสมาชิกที่มีรายได้ 5 ล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในอีก 10 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันทั่วโลกมีสมาชิกระดับแพลทินัมจำนวน 5 หมื่นรหัส จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนรหัส ส่วนในไทยสมาชิกระดับแพลทินัม จาก 3,000 รหัส จะเพิ่มเป็น 6,000 รหัส
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานรองรับเพื่อจับกลุ่มสมาชิกที่มีความสนใจเฉพาะด้าน ทั้งด้านสุขภาพ ความงาม และอาชีพนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งจะจัดกิจกรรมให้กลุ่มเหล่านี้มีประสบการณ์ตรงกับแบรนด์ เช่น บิวตี้ฟอร์มี เน้นกลุ่มสมาชิกเพื่อต้องการให้ตนเองดูดี กู๊ดเดย์ฟอร์ยู เจาะกลุ่มผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ และวีอาร์แอมเวย์เน้นผู้มองหาโอกาสที่ดียิ่งขึ้นในชีวิต เป็นต้น







