
แอม อินเตอร์ เซอร์วิส ลุยเจาะกลุ่มทัวร์ฮันนีมูน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การสร้างความแตกต่างเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม คือกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสโตได้ในระยะยาว เพราะหากยังทำในสิ่งที่เหมือนๆ กับผู้ประกอบการรายอื่นทำการแข่งขันก็จะสูง แต่หากทำในสิ่งที่แตกต่างการแข่งขันน้อยกว่าและมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้ด้วย อย่างเช่นด้านการท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นหันมาเลือกทำตลาดเฉพาะกลุ่ม
อัจฉรา เอกากาย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอม อินเตอร์ เซอร์วิส เปิดเผยว่า ได้เปิดบริษัทดังกล่าวขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจรับจัดทัวร์ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ (ฮันนีมูน) เจาะตลาดชาวต่างชาติมา 5 ปีแล้ว โดยมีตลาดหลัก คือ อินเดีย เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมานานและมีการศึกษาอย่างดีแล้ว พบว่ากลุ่มคนอินเดียที่เป็นตลาดระดับบนมีศักยภาพสูงมาก มีรสนิยมชอบเที่ยวเมืองไทย โดยไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการฮันนีมูนของคนอินเดียระดับบน แต่ละครั้งจะเดินทางมาเฉลี่ย 7-10 วันและใช้จ่ายสูงมาก
นอกเหนือจากตลาดหลักอินเดียแล้ว มีตลาดรองๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ อังกฤษ รวมถึงประเทศอื่นในยุโรป ส่วนจีนยังไม่ได้ทำตลาด เพราะปัจจุบันคนจีนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาไทยยังเป็นตลาดทั่วไปอยู่ แต่จากภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่เข้มแข็งก็เป็นไปได้ที่อนาคตอาจไปเจาะตลาดจีนระดับบนให้มาฮันนีมูนในไทย จากปัจจุบันตลาดจีนระดับบนจะนิยมไปฮันนีมูนในยุโรปมากกว่าการมาเอเชีย
สำหรับราคาแพ็กเกจที่นำเสนอคู่รักต่างชาติที่สนใจมาฮันนีมูนในไทย จะมีค่าเฉลี่ย 3 แสนบาท/คู่ ซึ่งกลุ่มที่เป็นตลาดระดับบนและต้องการฮันนีมูนจะกล้าใช้จ่ายมาก บางคู่ใช้จ่ายสูงถึง 1-2 ล้านบาท จุดหมายยอดนิยมอันดับต้นๆ ที่ต้องการมาฮันนีมูน คือ ภูเก็ต รองลงมา คือ กระบี่ เน้นการพักผ่อนในพื้นที่ที่มีชายหาดส่วนตัว มีจุดถ่ายรูปสวยๆ สำหรับคู่ฮันนีมูนและมีจุดที่สะท้อนความโรแมนติกเป็นหลัก
ในส่วนของบริการที่บริษัทนำเสนอให้ลูกค้า เช่น การหาโรงแรมระดับ 5 ดาว จัดหารถลีมูซีนรับส่งจากสนามบิน หาแพ็กเกจสปาแบบ 1 วัน นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว 1-3 วัน การติดต่อเช่าเรือส่วนตัว การจัดหาช่างภาพสำหรับถ่ายภาพให้คู่รักช่วงฮันนีมูน โดยที่ลูกค้าจะเป็นผู้เลือกเองว่าต้องการบริการใดบ้าง
ด้านกลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทจะเน้นผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก ภายใต้ชื่อ www.wedstrip.com รวมทั้งการเดินสายออกงานส่งเสริมการขายต่างๆ ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายจาก 2 ช่องทางนี้เท่าๆ กัน โดยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถทำตลาดดึงคู่รักมาใช้บริการแพ็กเกจฮันนีมูนได้แล้วกว่า 10 คู่ คาดว่าทั้งปีนี้น่าจะมียอดใช้บริการเกิน 20 คู่แน่นอน หรือคิดเป็นการเติบโต 50% จากปีก่อน
การเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติทำให้บรรยากาศการเดินทางดีขึ้น และแม้เศรษฐกิจของประเทศเป้าหมายจะชะลอตัวก็ได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากตลาดระดับบนไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนปีที่ผ่านๆ มา ยอดใช้บริการต่อปีไม่เกิน 20 คู่ ช่วงที่มีคู่ฮันนีมูนมามากที่สุดคือเดือน พ.ย.-มี.ค. แต่ราคาแพ็กเกจช่วงยอดนิยมและเดือนอื่นไม่ต่างกันมากถือเป็นข้อดีของการทำแพ็กเกจฮันนีมูน
อัจฉรา กล่าวว่า การจองแพ็กเกจฮันนีมูนไม่สามารถพึ่งพาช่องทางจองออนไลน์อย่างเดียวได้ เพราะมีบริการบางอย่างที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญประสานงานให้ จึงเป็นโอกาสที่จะเข้ามาเจาะตลาดจัดทัวร์ฮันนีมูน เพราะอยู่ในตลาดท่องเที่ยวมานาน มีความเชี่ยวชาญด้านการประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันกลุ่มฮันนีมูนต้องการการดูแลที่ใกล้ชิด และต้องการแพ็กเกจที่มีลักษณะเฉพาะ ตามความต้องการของตัวเอง ซึ่งบริษัทสามารถเพิ่มมูลค่าแพ็กเกจจากการให้บริการเหล่านี้ได้
“ธุรกิจท่องเที่ยวมีเรื่องจองออนไลน์มาเกี่ยวข้องมากขึ้น ใครๆ ก็จองที่พัก ตั๋วเครื่องบินเองได้ผ่านออนไลน์ ด้วยเหตุนี้จึงมองหาช่องว่างในตลาดที่ยังโตได้และจับกลุ่มฮันนีมูน ซึ่งเป็นตลาดเชิงคุณค่า ต้องการแพ็กเกจที่มีความเฉพาะตัวและต้องการผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้ เช่น ติดต่อขอเช่าเรือยอชต์ หาช่างภาพ หาจุดหมายท่องเที่ยวที่เหมาะกับการฮันนีมูน” อัจฉรา กล่าว
ทั้งนี้ จากการดำเนินธุรกิจ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ยอดใช้บริการเติบโต 20% ขึ้นไปทุกปี เพราะมีคู่แข่งในธุรกิจนี้น้อยราย ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในตลาดจะไม่ได้มีบริการครบวงจรจัดการให้ทุกอย่างในคราวเดียว ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็สนับสนุนการดึงตลาดฮันนีมูนต่างชาติเข้ามา จึงเจาะตลาดด้านนี้เชื่อมโยงกับจุดหมายที่ ททท. สนับสนุน
ทางด้านแนวทางความต้องการเสาะหาจุดหมายฮันนีมูนของลูกค้า พบว่า คู่รักส่วนมากเน้นหาจุดหมายที่แปลกตา ไม่ค่อยมีใครเคยสัมผัสมาก่อน หรือที่เรียกว่าอันซีน ส่วนมากเป็นตามแนวหาดทราย ชายทะเลที่ยังมีนักท่องเที่ยวไปไม่มาก นอกจากนี้ก็ต้องการสัมผัสแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมเดิมๆ ที่มีอยู่ ดูวิถีชีวิตคนในพื้นที่ เช่น ไปตลาดริมคลอง ดูว่าวิถีชีวิตคนริมคลองเป็นอย่างไร หรือสัมผัสธรรมชาติด้วยการขี่จักรยานชมพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ไปกัน อาทิ ทุ่งนา
อัจฉราฝากถึงผู้ประกอบการที่เข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวว่า ไม่ควรทำธุรกิจแบบฉาบฉวยหวังเพียงรายได้ระยะสั้นเน้นนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณโดยไม่คำนึงว่านักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้สึกที่ดีกลับไปด้วยหรือไม่ แต่อยากให้เน้นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมารู้จักคุณค่าของประเทศไทย จึงจะทำให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืนในระยะยาว
นับว่าตลาดฮันนีมูนเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการที่จะทำตลาดนี้ได้ต้องมีพันธมิตรมากพอสมควร เพราะบริการที่คู่ฮันนีมูนต้องการล้วนมีความเฉพาะตัวทั้งสิ้น







