ทุ่มงบพันล้านทำ 4 ท่าเรือเฟอร์รี่พัทยา-ชะอำ-ประจวบฯ
คมนาคม ทุ่มงบ1,000ล้าน ผุด4ท่าเรือเฟอร์รี่ บูมท่องเที่ยวพัทยา-หัวหิน คาดเริ่มก่อสร้างปี59
คมนาคม ทุ่มงบ1,000ล้าน ผุด4ท่าเรือเฟอร์รี่ บูมท่องเที่ยวพัทยา-หัวหิน คาดเริ่มก่อสร้างปี59
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบการขนส่งชายฝั่งและการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก และการเชื่อมโยงการเดินทางทางน้ำไปยังจังหวัดใกล้เคียง ตามนโยบายฝ่ายเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาข้อดี-ข้อเสีย รวมทั้งรูปแบบการดำเนินโครงการการก่อสร้างท่าเรือเฟอร์รี่เพื่อเชื่อมจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก จำนวน 4 แห่งคือ ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา ,ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ ,ท่าเรือวัดไทรย้อย อ.ชะอำ และท่าเรือปากน้ำปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยให้นำรายละเอียดกลับมาเสนอที่ประชุมอีกครั้งภายใน 3 สัปดาห์
สำหรับรูปแบบการลงทุนเบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนในรูปแบบพีพีพี เบื้องต้นจะให้สัมปทานเอกชนไม่น้อยกว่า 30 ปี โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือก่อสร้างท่าเรือเองคาดว่ากรมเจ้าท่าจะมีการขอจัดสรรงบประมาณปี 2559 วงเงิน1,000 ล้านบาทลงทุนพัฒนาท่าเรือจำนวน4แห่ง ส่วนภาคเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนในระบบการให้บริการและจัดซื้อเรือโดยสาร ขั้นต้นจะเริ่มนำมาให้บริการ 4-6 ลำ มูลค่าประมาณ 4,800 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือนส.ค.จะสรุปรายละเอียดโครงการเสนอให้ฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.อนุมัติ เพื่อให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพในการดำเนินโครงการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2559 และจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีแล้วเสร็จ
“เรือที่เอกชนนำมาให้บริการจะเป็นเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง 80 กม./ชม. ซึ่งจะช่วยลดเวลาการเดินทางได้มาก เช่น จากแหลมบาลีฮาย พัทยามายังหัวหิน หากเป็นการเดินทางโดยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 5 ชม. แต่ถ้าเดินทางโดยเรือเฟอรี่ จะใช้เวลาเดินทางเพียง 1ชั่วโมงครึ่ง-2 ชม. และหากนักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวพัทยาและหัวหินก็สามารถเดินทางไปกลับได้ภายใน1วัน ซึ่งนอกจากนักจะประหยัดเวลาเดินทางแล้ว ยังช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนท้องถนนได้อีก และในอนาคตบางท่าเรือก็จะเชื่อมกับการเดินทางกับระรางทางรถไฟได้อีกด้วย” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการเชื่อมท่าเรือ 2 ฝั่งเข้าด้วยกันซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่หลายจังหวัดอาทิ พัทยา จ.ชลบุรี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ และกทม. เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบริษัทเอกชนจากสมุทรปราการได้เสนอขอตัวเข้าร่วมโครงการก่อสร้างศูนย์ซ่อมท่าเรือเฟอร์รี่ แล้ว
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างพบว่าท่าเรือทั้ง4 แห่งมีความเหมาะสมและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ โดยท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี นั้นเป็นท่าเรือที่ปรับปรุงเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้เป็นท่าเรือเฟอรี่ได้ รวมทั้งยังเป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจของพัทยา ส่วนท่าเรือจุกเสม็ด สัตหีบ จ.ชลบุรี มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นโครงข่ายเชื่อมกับพื้นที่อื่นๆ เช่น เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะช้าง หรือฟุก๊วก เวียดนาม และในอานาคตจะมีระบบรางเชื่อมไปยังเมืองพัทยาอีกด้วย
ส่วนท่าเรือปากน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นท่าเรือที่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจหัวหินประมาณเพียง 27 กม. และใช้เวลาเดินทางออกจากตัวเมืองเพียง 35 นาที รวมทั้งยังมีพื้นที่หลังท่าขนาดใหญ่ประมาณ 20 ไร่ เหมาะที่จะนำพัฒนาเป็นท่าเรือเฟอรี่ได้ แต่อาจจะต้องมีการก่อสร้างทำถนนเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกขึ้น ส่วนท่าเรือวัดไทรย้อย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมาก เพราะห่างจากแหล่วงท่องเที่ยวชะอำเพียง 10 กม. และห่างจากแหล่งท่องเที่ยวเขตเศรษฐกิจหัวหินเพียง 12 กม. รวมทั้งมีพื้นที่หลังท่า เพียงพอต่อการพัฒนา และมีระดับ ความลึกของน้ำเหมาะสมกับการพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่ และยังมีถนนเชื่อมโยงไปยังถนนเพชรเกษมได้อีกด้วย







