posttoday
บทเรียนอันเจ็บปวด

บทเรียนอันเจ็บปวด

24 มิถุนายน 2558

คำชี้แจงของอธิบดีกรมชลประทานถึงปัญหาน้ำแล้งจนทำให้ 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้เหลือแค่ 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีน้ำใช้แค่ 30 วัน เพราะมีการสั่งการจากฝ่ายการเมือง โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสั่งให้กรมชลประทานระบายน้ำในทุกเขื่อนลงเหลือ 45% จากมาตรฐานเดิม 55% ของความจุเขื่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 สะท้อนวิธีคิด วิธีการบริหารจัดการของหน่วยงานราชการในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร

คำชี้แจงของอธิบดีกรมชลประทานถึงปัญหาน้ำแล้งจนทำให้ 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้เหลือแค่ 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีน้ำใช้แค่ 30 วัน เพราะมีการสั่งการจากฝ่ายการเมือง โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสั่งให้กรมชลประทานระบายน้ำในทุกเขื่อนลงเหลือ 45% จากมาตรฐานเดิม 55% ของความจุเขื่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 สะท้อนวิธีคิด วิธีการบริหารจัดการของหน่วยงานราชการในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ก็สะท้อนภาพการทำหน้าที่ของผู้ที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองและหน่วยงานราชการได้ว่า ไม่ได้ยึดหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามกฎหมาย ที่กำหนดภารกิจให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยมีความมุ่งหมายให้บรรลุเป้าหมายตามที่มาตรา 6 บัญญัติไว้แม้แต่น้อย

ทั้งที่ข้าราชการและรัฐมนตรีแต่ละหน่วยงานได้ลงนามในหลักการว่าจะปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่กำหนดไว้ชัดว่า การบริหารจัดการของภาครัฐจะต้องยึดหลักการว่าจะต้องเกิดประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับความสะดวก สุดท้ายต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

กรมชลประทานที่มีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายให้ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้คนในประเทศได้ใช้ประโยชน์สูงสุดรับรู้อยู่เต็มอกว่า ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ไม่สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ฝ่ายการเมืองสั่งการให้ระบายออกไป ก็ต้องทักท้วงและหาทางชี้แจงให้ผู้กำกับนโยบายรับรู้ผลเสียที่จะตามมาในระยะยาว แม้จะถูกปลดโยกย้ายก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการที่ดีของประเทศ

ขณะเดียวกันหากพิจารณาด้วยฐานข้อมูลจากหลายด้าน จะพบว่ามีการทักท้วงเสนอแนะให้กรมชลประทานและรัฐบาลหาวิธีรับมือกับภาวะภัยแล้ง น้ำในเขื่่อนหลักมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และความต้องการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรมมาตั้งแต่ต้นปี แต่ดูเหมือนว่าไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อภัยมาถึงตัวจึงมีมาตรการร้องขอให้ชะลอการปลูกข้าวนาปีและเรียกร้องให้มีการประหยัดน้ำ ซึ่งถือว่าช้าเกินไป

ความเชื่อว่าปริมาณฝนที่ตกชุกในทุกปีจะมาชุบชีวิตชาวไทยนั้น สะท้อนว่าการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งอยู่บนความเสี่ยงอย่างมาก

การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดในครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีของผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่ต้องตระหนัก และนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมิให้ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก

ขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐบาลและกรมชลประทานควรดำเนินการอย่างยิ่งหลังจากนี้ไปคือ ต้องบอกความจริงกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอว่าต้นทุนน้ำมีเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้กับภาคเกษตรได้แต่ละช่วงเท่าไหร่ ปรับปรุงวิธีใช้น้ำในการเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ ปรับวิธีการกักเก็บ การชักน้ำ การสร้างประตูกักน้ำ เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท