posttoday
ผ่าบันได3ขั้น‘เด็มโก้’ งานวิศวะแบตเตอรี่แห่งเอเชีย

ผ่าบันได3ขั้น‘เด็มโก้’ งานวิศวะแบตเตอรี่แห่งเอเชีย

23 มิถุนายน 2558

การลงทุนธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของแต่ละประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง ในยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ประกอบการหลายรายจึงเลือกให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศที่มีทิศทางเอื้อต่อธุรกิจของตัวเองก่อน

การลงทุนธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของแต่ละประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง ในยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ประกอบการหลายรายจึงเลือกให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศที่มีทิศทางเอื้อต่อธุรกิจของตัวเองก่อน

พงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เด็มโก้ ผู้ให้บริการออกแบบ จัดหา และก่อสร้างโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า เปิดเผยว่า แม้บริษัทจะเริ่มลงทุนในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีบ้างแล้ว แต่ลาวกำลังจะเป็น“พระเอกใหม่” ของบริษัท และเป็นประเทศที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุดในระยะ 3 ปีจากนี้

“ลาวมีเป้าหมายเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย เรามีความถนัดในด้านนี้ เราจึงจะเอาเงินไปลงทุน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คำว่าแบตเตอรี่ของลาวนั้นกลายเป็นความจริง”

พงษ์ศักดิ์ เล่าว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 มีคนมาชวนให้ลองทำงานวิศวกรรมประปาในลาว จากเดิมที่บริษัทเน้นรับงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเข้าไปดูโครงการและโอกาสในพื้นที่แล้ว พบว่าความยากง่ายระหว่างการสร้างโรงงานและท่อน้ำประธานไม่สลับซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ต่อมาบริษัทจึงได้ตั้งบริษัทเด็มโก้ เดอร์ ลาว ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจสำรวจและสร้างสาธารณูปโภคในลาวโดยตรง โดยเด็มโก้ถือหุ้นอยู่ 90% และมีกลุ่มทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในลาวมานานกว่า 20 ปี คือบริษัท เฮือนหลวงพระบาง โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นอยู่อีก 10%

ขณะที่แผนการลงทุนของบริษัทในลาวนับจากนี้ จะดำเนินการภายใต้แผน “บันได 3 ขั้น”

บันไดขั้นที่ 1 โครงการระบบประปาที่หลวงพระบาง หลังจากเข้าไปสำรวจเมื่อต้นปี 2557 บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลลาว เพื่อดำเนินการพัฒนาระบบการผลิตน้ำประปาในเขตเทศบาลหลวงพระบาง ล่าสุดเซ็นสัญญาสัมปทานเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ฤกษ์วันที่ 5 เดือน 5 ปี 2015 เวลา 17.55 น. หรือ 5 โมง 55 นาที

โครงการดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทาน 30 ปี ต่ออายุสัมปทานได้อีก 10 ปี มีมูลค่าลงทุนทั้งโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 15 ปี สำหรับเฟสแรกจะลงทุนเบื้องต้น 480 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้หลวงพระบางผลิตน้ำประปาได้เพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นคิว/วัน เป็น 6.5 หมื่นคิว/วัน ในอีก 30 ปีข้างหน้า

บันไดขั้นที่ 2 โครงการระบบไฟฟ้าใต้ดินในหลวงพระบาง ขณะนี้บริษัทที่เป็นพันธมิตรได้ลงนามเอ็มโอยูกับรัฐบาลลาว เพื่อดำเนินการระบบไฟฟ้าใต้ดินในเขตเทศบาลหลวงพระบางแล้ว บริษัทกำลังอยู่ระหว่างสำรวจว่าโครงการดังกล่าวจะต้องใช้งบลงทุนประมาณเท่าใด คาดว่าจะเริ่มต้นดำเนินโครงการได้ในปี 2559

บันไดขั้นที่ 3 โครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูง (Substation) และสายส่ง ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่งของลาว เพื่อตอบโจทย์การเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย แต่โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากต้องอิงกับจุดที่ลาวจะสร้างเขื่อน บริษัทคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในการได้รับและเริ่มต้นงานดังกล่าวภายในปี 2560-2561

“นอกจากนี้ ระหว่างที่ดำเนินการภายใต้แผนบันได 3 ขั้น เราได้ให้พันธมิตรของเราเดินหน้าเจรจาหาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เพราะการเจรจาแต่ละโครงการน่าจะต้องใช้เวลา โดยบริษัทมองโอกาสการรับงานในหัวเมืองใหญ่อื่นๆ ของลาวด้วย เช่น เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต รวมไปถึงจำปาศักดิ์”

ในช่วง 3 ปีนี้ จะให้ความสำคัญกับบันได 2 ขั้นแรกอย่างเต็มที่ และอาจไม่ได้มุ่งเน้นขยายการลงทุนในประเทศอื่นมากนัก

ด้าน ไพฑูรย์ กำชัย รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บริษัท เด็มโก้ บอกว่า การออกไปรับสัมปทานในต่างประเทศมากขึ้นจะมีส่วนทำให้สัดส่วนกำไรสุทธิของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปใน 4-5 ปีข้างหน้า จากเดิมกำไรสุทธิ 2 ใน 3 มาจากงานรับเหมา และอีก 1 ใน 3 มาจากเงินปันผลโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ในอนาคตจะมาจากเงินปันผลเพิ่มเป็น 2 ใน 3 แทน

อย่างไรก็ดี สำหรับสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศนั้น ต้องรอดูจากโครงการบันไดขั้นที่ 1 ในลาวก่อน เบื้องต้น ประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ 12% ต่อปี

“เรายังให้ความสำคัญกับการลงทุนในลาว เพราะลาวมีแผนจะพัฒนาโรงไฟฟ้าอีก 160 แห่ง นับตั้งแต่ปี 2562 หรือ 2563 เขาจะต้องการการก่อสร้างระบบไฟฟ้าอีกค่อนข้างมาก”

สำหรับวิธีการรับโครงการใหม่ๆ จากลาวในอนาคต จะมีทั้งที่เข้าไปประมูลโครงการที่ลาวได้รับเงินช่วยเหลือจากประเทศอื่น และโครงการที่บริษัทเป็นผู้หาแหล่งเงินทุนดำเนินโครงการให้ แล้วนำไปเสนอหน่วยงานภาครัฐของลาว เพื่อรับงานในฐานะเจ้าของสัมปทาน

ไพฑูรย์ เสริมว่า กุญแจแห่งความสำเร็จของธุรกิจรับเหมาแตกต่างจากธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เพราะกุญแจแห่งความสำเร็จของสินค้าอุปโภคบริโภคคือเรื่องต้นทุนการผลิต ยิ่งต้นทุนต่ำยิ่งได้เปรียบ แต่ในสนามธุรกิจรับเหมา กุญแจสำคัญคือ “พันธมิตรทางธุรกิจ”

“ถ้าเราได้พันธมิตรดี เราจะเอาต้นทุนที่เรามีอยู่ทั้งประสบการณ์ ความเข้มแข็งด้านการเงิน เข้าไปดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ทำนองเดียวกัน ถ้าเขาจะมาบุกเรา เขาก็ต้องหาพันธมิตร ถ้าเราทำตัวให้แข็งแกร่งก็จะอยู่ได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท