posttoday
กลุ่มช.หอมยกแผงราคาหุ้นถูก-ผลงานเด่นเข้าตา

กลุ่มช.หอมยกแผงราคาหุ้นถูก-ผลงานเด่นเข้าตา

05 กรกฎาคม 2553

หุ้นกลุ่ม ช.การช่าง เด่นเตะตานักลงทุนใน-ต่างประเทศ ราคาต่ำเกินจริง พื้นฐานดีถึงเวลาเก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุน

หุ้นกลุ่ม ช.การช่าง เด่นเตะตานักลงทุนใน-ต่างประเทศ ราคาต่ำเกินจริง พื้นฐานดีถึงเวลาเก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุน

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นในครอบครัว ช.การช่าง ที่จดทะเบียน ในตลาดหุ้นไทยจำนวน 4 บริษัท ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) คึกคักมากเป็นพิเศษ มีแรงซื้อขายเข้ามาหนาตาและราคาหุ้นขยับขึ้น

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า หุ้นในกลุ่ม ช.การช่าง สงบนิ่งมานาน ทำให้ราคาอยู่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานและราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้ไว้ แต่ขณะนี้ผลงานของแต่ละบริษัทดีขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ 2 ก.ค. 2553 ซึ่ง ช.การช่าง กำชัยชนะการประมูลงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งสองสัญญามูลค่ารวมทั้งสิ้น 20,781 ล้านบาท ก็เป็นการตอกย้ำว่ากลุ่มนี้จะมีอนาคตอีกไกล ทำให้หุ้นในกลุ่ม ช.การช่าง เป็นที่สนใจของนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มช.หอมยกแผงราคาหุ้นถูก-ผลงานเด่นเข้าตา สมบัติ

ขณะเดียวกันกลุ่ม ช.การช่าง ได้ใช้เวลาที่ผ่านมาปัดกวาดบ้านให้สะอาดและขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งการออกหุ้นกู้เพื่อลดต้นทุนทางการเงินและเตรียมเงินทุนไว้สำหรับการขยายการลงทุนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกลุ่มการถือหุ้นภายในกลุ่ม เช่น CK ได้ขายหุ้นบริษัท น้ำประปาไทย (TTW) ออกให้กับนักลงทุนรายใหญ่ ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น และ TTW ได้จัดกลุ่มการถือหุ้นบริษัทในกลุ่มรวมถึงการขยายธุรกิจขายน้ำ เพิ่มเติมจากการผลิตน้ำประปาเพื่อขายให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เพียงอย่างเดียว พร้อมหาลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นบริษัทที่ให้ผลแทนเงินปันผลที่ดีด้วย

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ ซึ่ง ช.การช่าง ถือหุ้นสัดส่วน 24.61% กล่าวว่า นักลงทุนหันมาให้ความสนใจหุ้น BMCL มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาในปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ รัฐบาลเดินหน้าลงทุนโครงการรถไฟฟ้าส่วนขยายต่อเนื่อง หากเปิดให้บริการไม่ว่าเส้นทางใด ก็จะทำให้มีผู้โดยสารมาใช้เส้นทางของบริษัทมากขึ้น และบริษัทยังมีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารการเดินรถเพราะมีประสบการณ์เดินรถไฟใต้ดิน ทั้งนี้ในช่วงปลายปีจะมีการเปิดประมูลผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง

“ถ้าเปิดสายสีน้ำเงินเรามีโอกาสโตก้าวกระโดด จากปัจจุบันมีผู้โดยสาร 2 แสนคน คาดเพิ่มขึ้น 10% หรือ 1.1 เท่า ก็จะโตได้ 1.5-1.6 เท่า” นายสมบัติ กล่าว

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2553 BMCL มียอดขาดทุนสะสมทั้งสิ้น 9,061.03 ล้านบาท แต่ผลดำเนินงานดีขึ้นเรื่อยๆ ไตรมาสแรกขาดทุนสุทธิ 286 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ราคาเป้าหมาย BMCL มากกว่า 8 บาท เช่น บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ 0.82 บาท ล่าสุดปิดที่ 0.71 บาท

บริษัท TTW นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ “ซื้อ” รอรับเงินปันผลกลางปีนี้ และคาดทั้งปีนี้จ่าย 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 6% และให้ราคาหุ้นเป้าหมาย สูงกว่า 5.50-6.40 บาทต่อหุ้น

ด้านบริษัท ช.การช่าง นอกจากบริษัทลูกมีผลงานดีขึ้นแล้ว บริษัทยังมีโอกาสได้กำไรก้อนโตจากการนำบริษัทในกลุ่มเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สถาบันวิจัยนครหลวงไทยแนะนำให้ซื้อ CK ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท คาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้จะพลิกมีกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท หลังขายหุ้น TTW และการชนะประมูลสายสีน้ำเงินทั้งสองสัญญาหนุนให้งานในมือเติบโตเป็นกว่า 1 แสนล้านบาท บล.เอเซีย พลัส ให้ราคาเป้าหมายที่ 7.71 บาท และกำลังทบทวนประมาณการจากกำไรที่คาดว่าจะได้จากงานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงต้นปี 2554 โดยมีระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 5 ปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท