posttoday
ตีแผ่หุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

ตีแผ่หุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

22 มิถุนายน 2558

ประการแรกเลย หุ้น คืออะไร? จริงๆ แล้วก็เหมือนกับการที่เราเข้าร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อเปิดธุรกิจอะไรบางอย่างนั่นเองครับ อีกทางหนึ่ง คือการนำเอาเงิน หรือสินทรัพย์มาร่วมลงทุนกับผู้อื่น

ประการแรกเลย หุ้น คืออะไร? จริงๆ แล้วก็เหมือนกับการที่เราเข้าร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อเปิดธุรกิจอะไรบางอย่างนั่นเองครับ อีกทางหนึ่ง คือการนำเอาเงิน หรือสินทรัพย์มาร่วมลงทุนกับผู้อื่น

โดยแต่ละหุ้นส่วนก็จะได้สิทธิ์เป็นเจ้าของร่วม หากธุรกิจนั้นๆ ได้กำไร เราก็ได้กำไรตามสัดส่วนของทุนที่เราได้ลงไป และหากธุรกิจขาดทุนเราก็เป็นหนึ่งในผู้ที่จะขาดทุนไปด้วยเช่นกันครับ

ส่วน หุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้น เป็นบริษัทที่เราเข้าไปร่วมหุ้นด้วย ส่วนใหญ่มักจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งจะเสนอขายหุ้นของบริษัทให้แก่ประชาชนทั่วไปผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์เพื่อไม่ให้เกิดการโกงกันขึ้นนั่นเองครับ

ส่วนเงินที่ได้จากการขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป ทางบริษัทก็จะนำเงินส่วนนั้นไปลงทุนในกิจการของบริษัท เพื่อสร้างผลกำไร เมื่อธุรกิจของบริษัทมีผลกำไรก็จะนำส่วนแบ่งผลกำไรนี้มาแบ่งจ่ายให้ในรูปแบบของเงินปันผล หรือหากบริษัทมีนโยบายในการนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาจ่ายเงินปันผล ส่วนอีกส่วนหนึ่งนำกลับไปลงทุนเพื่อขยายกิจการซึ่งก็จะทำให้มีธุรกิจที่เติบโตขึ้นอีก ก็จะทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ผู้ที่ถือหุ้นมีกำไรมากขึ้นจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นด้วยครับ แต่ว่าในทางกลับกันหากทางบริษัทขาดทุนเราก็ขาดทุนไปด้วยเช่นกันครับ

ซื้อหุ้นกับบริษัทในตลาดหุ้น VS. การร่วมหุ้นกันเอง

การซื้อหุ้นกับบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นมีความปลอดภัยมากกว่าครับ เนื่องจากการซื้อขายจะได้รับการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้มีความมั่นคง โปร่งใส ทำให้มีโอกาสการถูกโกงได้ยากกว่าครับ

บริษัทในตลาดหุ้นมักเป็นบริษัทใหญ่ มีสภาพคล่องสูงกว่า สามารถเปลี่ยนหุ้นมาเป็นเงินได้เร็วกว่า ดังนั้นหากมีความจำเป็นเราก็สามารถขายหุ้นในตลาดได้เลย หรือแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะแย่ลงก็ยังมีโอกาสรอดตัวได้ เพราะบริษัทใหญ่ๆ จะมีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐบาลมากกว่าด้วยครับ

หากเราซื้อหุ้นกับบริษัทในตลาดหุ้น เราไม่จำเป็นจะต้องมานั่งบริหารธุรกิจเองเหมือนกับการที่เราร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ แม้ว่าบางทีเราอาจจะลงเงินเฉยๆ ไม่ได้บริหารเองแต่หากเทียบกับบริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหุ้นที่มีผู้บริหาร มีทีมงานมืออาชีพดูแลให้เรา คิดว่าน่าจะอุ่นใจกว่ากันเยอะครับ

จะเล่นหุ้นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่?

การเล่นหุ้น ก็เหมือนการลงทุนอย่างหนึ่ง ในการลงทุน ยิ่งเรามีเงินทุนมากก็ยิ่งดี แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นหุ้น จะว่าไปก็ไม่มีตัวเลขแน่นอนนะครับ ส่วนนี้เราจะต้องทำการสำรวจตัวเองก่อนครับว่าเราสนใจลงทุนรูปแบบไหน หรือลงทุนในหุ้นตัวไหน หากเรามีทุนน้อยก็เริ่มต้นเล็กๆ ก่อน ถือว่าเป็นการเรียนรู้เพื่อเก็บประสบการณ์ กำไรอาจจะไม่เป็นกอบเป็นกำแต่ว่าเราก็ได้เรียนรู้ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผลเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการซื้อขายครั้งต่อไปครับ

เราสามารถเริ่มต้นจากเงินออมส่วนหนึ่งของเราก่อน กันมาส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้สำหรับการลงทุนในหุ้นเท่านั้น ไม่ใช้อย่างอื่นนะครับให้ดูว่าเงินก้อนนี้จะต้องเป็นเงินเย็น คือเป็นเงินที่เรากันไว้ ไม่ได้ต้องดึงออกมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่อย่างนั้นอาจจะมีปัญหาว่าเงินที่ลงไปยังไม่ทันได้ออกดอกออกผลเท่าที่ควร ก็ต้องดึงออกมาใช้ซะแล้ว จะเสียผลประโยชน์เปล่าๆ ครับ

จะเล่นหุ้นต้องศึกษาอะไรบ้าง?

ประการแรก ก่อนจะเริ่มลงทุนเราก็ต้องศึกษาก่อนว่า หุ้น ตัวที่เราจะลงทุนนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร?ราคาจะขึ้นจะลงขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจเป็นหลัก ต้องไม่ได้เป็นเพราะบริษัทปั่นราคาหุ้น หรือทำราคาหุ้น เพราะแม้ว่าจะทำราคา ต่อไปราคาหุ้นก็จะเป็นไปตามผลดำเนินการของบริษัทอยู่ดี ดังนั้นเราควรศึกษารายละเอียดของหุ้นแต่ละตัวที่เราสนใจ ว่าบริษัทนั้นๆ ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้บริหาร สัญญาแล้วทำตามสัญญาได้หรือไม่ ผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร เป้าหมายต่อไปในอนาคตคืออะไร มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไรบ้าง เป็นต้น

เราไม่ได้ต้องรู้ลึกเกี่ยวกับหุ้นทุกตัวนะครับ เพียงแค่รู้รายละเอียดหุ้นตัวที่เราสนใจลงทุน และดูที่อยู่ในธุรกิจที่เราเข้าใจได้ดี และรู้จังหวะเข้าซื้อขายได้ก็พอแล้วครับ

อีกอย่างที่ควรศึกษา คือ ตัวเองครับ ว่าเราเหมาะกับการลงทุนแบบไหน หากเราชอบกะเกณฑ์ดูตลาด ช้อนหุ้นขายหุ้นบ่อยๆ ก็ระยะสั้นเลยครับแบบรายวัน รายชั่วโมง หรือชอบระยะกลางแบบซื้อแล้วอีกสองสามเดือนค่อยมาดูว่าจะขายหรือไม่ขาย หรือจะซื้อเพิ่มดี หรือหากเป็นประเภทชอบซื้อทีเดียว ซื้อลืมก็เหมาะกับการลงทุนแบบระยะยาว ก็อาจจะเป็น LTF/RMF ไปเลย เป็นต้น

สาเหตุที่เราควรทราบว่าเราเหมาะกับการลงทุนแบบไหนก็เพราะว่า วิธีการลงทุนแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างกัน วิธีการวิเคราะห์ซื้อขาย รายได้เงินปันผลก็แตกต่างกัน ข้อมูลที่ต้องใช้ในการศึกษาดูรายละเอียดก็จะไม่เหมือนกันด้วยครับ

อย่าลืมนะครับก่อนจะเริ่มเล่นหุ้นด้วยเงินจริง เราต้องมีความรู้ที่พร้อมเสียก่อนนะครับ เพราะไม่ว่าจะมีเครื่องมีเยอะแยะ ดีแค่ไหนในที่สุดแล้วสนามการลงทุนก็ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์อยู่ดี

หากเราเตรียมตัวพร้อม ศึกษาหุ้นตัวที่เราสนใจให้ดีพอ ศึกษาตลาด ศึกษาวิธีการลงทุนของนักลงทุนอื่นๆ ในตลาดว่าเขาทำอย่างไรถึงประสบผลสำเร็จ แล้วนำเอาความรู้ความเข้าใจมาลงมือทำ และปรับปรุงไปเรื่อยๆ เราก็มีโอกาสทำกำไรในการเล่นหุ้นได้เช่นกันครับ

ติดตามสาระความรู้ และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประกันภัยได้ที่ บล็อก ของ www.MoneyGuru.co.th ครับ

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน