
‘ดีแทค’รุกกลุ่มโซเชียล จ่อลงทุนเซิร์ฟเวอร์เฟซบุ๊ก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
เทรนด์การใช้งานโซเชียล มีเดียในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ยูทูบ หรือทวิตเตอร์ มีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากโซเชียลอิงค์ บริษัทวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้สำรวจผลการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยไว้ ดังนี้
จำนวนประชากรไทยกว่า 70 ล้านคน มีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตราว 35 ล้านคน มีคนไทยใช้งานเฟซบุ๊กกว่า 35 ล้านคน ซึ่งกรุงเทพฯ มีการใช้งานสูงถึง 20 ล้านคน และธุรกิจต่างๆ ก็ใช้ในการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ ด้วยสัดส่วนกว่า 77% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ทำให้โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ต้องหาช่องทางให้ลูกค้าใช้งานได้เร็วขึ้น
ซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า ลูกค้าที่ใช้งานดีแทคใช้งานไลน์และเฟซบุ๊กมากถึง 80-90% และเราต้องการให้ลูกค้าใช้งาน 4จี ให้มากขึ้น จึงเจรจากับทางพาร์ตเนอร์อย่างเฟซบุ๊กว่าจะหาวิธีให้ลูกค้าใช้งานโซเชียลมีเดียชื่อดังได้เร็วขึ้น
“เรายังอยู่ในช่วงเจรจากับทางเฟซบุ๊กว่าจะมีการตั้งเซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการรายแรกของโลก เพื่อให้การเข้าใช้งานของลูกค้าเร็วขึ้นกว่าเดิม เป็นการตอบสนองการใช้งานของลูกค้าแฮปปี้และดีแทค ใช้งานโซเชียลมีเดียได้เร็วขึ้น นอกเหนือจากเดิมที่ใช้การเชื่อมต่อเกตเวย์ตรงไปยังสาขาของเฟซบุ๊กที่สิงคโปร์” ซิกวาร์ท กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อขยายการใช้งาน 4จี ของประชากรที่ต้องการสินค้าที่ระดับราคาต่ำกว่า 4,000 บาท จึงได้ออกแพ็กเกจใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนการใช้งานจากฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรก โดยจับมือร่วมกับพาร์ตเนอร์รายใหญ่อย่างซัมซุงและไอโมบาย
“เราใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ในการเจาะตลาดลูกค้า 3 กลุ่ม คือ กลุ่มราคาต่ำกว่าพัน ที่เข้าไปทำตลาดถึงหน้าประตูบ้าน กลุ่มลูกค้าราคา 1,000-3,000 บาท เป็น การขายสมาร์ทโฟนในแบรนด์ของดีแทคเอง และทำตลาดลูกค้าหลัก 4,000 บาทขึ้นไป ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 3 เดือนของแคมเปญนี้ จะมียอดขายซิมแฮปปี้ถึง 6.5 แสนซิม” ซิกวาร์ท กล่าว
นอกจากนี้ แพ็กเกจสำหรับสมาร์ทโฟนทั้งสองแบรนด์จะไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละแบรนด์จะมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ดีแทคจึงต้องออกแบบรูปแบบแพ็กเกจที่ไม่ซ้ำกันและใช้รูปแบบการตลาดคนละแบบเพื่อให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของพาร์ตเนอร์ด้วย
“ดีแทคใช้งบ 40 ล้านบาทสำหรับแพ็กเกจใหม่นี้ โดยจุดเด่นสำหรับแพ็กเกจที่ใช้ร่วมกับซัมซุงจะใช้งานไลน์และเฟซบุ๊กฟรี 2 ปี ส่วนไอโมบายลูกค้าจะได้ค่าโทรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งลูกค้าที่เลือกใช้แพ็กเกจจะใช้งานซิมฟรีในเดือนแรกและมีเงินให้ในซิม 5 บาท หากใช้งานดาต้านอกเหนือจากแพ็กเกจจะเสียเพิ่ม 1.99 บาท/เมกะไบต์ ส่วนค่าโทรจะคิดในอัตรา 1.50 บาท/วินาที เติมเงินในอัตราเริ่มต้น 10 บาทขึ้นไป ใช้งานได้นาน 1 เดือน” ซิกวาร์ท กล่าว
ปัจจุบัน ดีแทคมีฐานลูกค้าแฮปปี้จำนวน 24.4 ล้านราย ซึ่งเราต้องการที่จะให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้งาน 4จี ตอนนี้อยู่ที่ 1.2 ล้านราย และตั้งเป้าสิ้นปีนี้อยู่ที่ 2.5 ล้านซิม สำหรับโปรโมชั่นนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่
ซิกวาร์ท กล่าวสรุปว่า การทำแพ็กเกจแบบนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดซิมเติมเงินให้กลับมาคึกคัก โดยดีแทคตั้งเป้าผู้ใช้งานดาต้าของลูกค้ากลุ่มเดิมเพิ่มขึ้น 60% เพราะส่วนแบ่งตลาดของลูกค้าสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคา 3,000-5,000 บาทนั้น ซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดถึง 50% ในขณะที่ไอโมบายมีประมาณ 10% คาดว่าจากส่วนแบ่งตลาดนี้จะช่วยให้ดีแทคขายซิมได้ตามที่ตั้งเป้าไว้







