posttoday
ปรับลงมากกว่าคาด แต่ยังมองเป็นโอกาสซื้อ

ปรับลงมากกว่าคาด แต่ยังมองเป็นโอกาสซื้อ

22 มิถุนายน 2558

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,490-1,520 จุด โดยปัจจัยกดดันหลักยังคงเป็นประเด็นหนี้กรีซที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มประเทศเจ้าหนี้ ทั้งนี้แม้ในช่วงท้ายสัปดาห์จะมีประเด็นบวกจากต่างประเทศ ภายหลังจากที่คืนวันพุธ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) สหรัฐมีมติคงดอกเบี้ย และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาดหุ้นไทยกลับเผชิญแรงขายอย่างหนักจากประเด็นลบเฉพาะตัวภายในประเทศ ได้แก่ 1) การที่ ICAO ขึ้นเครื่องหมายไทยเป็นประเทศที่มีข้อบกพร่องด้านมาตรฐานความปลอดภัยการบิน (SSC) และ 2) การพบผู้ติดเชื้อไวรัส MERS เป็นรายแรกในประเทศไทย

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,490-1,520 จุด โดยปัจจัยกดดันหลักยังคงเป็นประเด็นหนี้กรีซที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มประเทศเจ้าหนี้ ทั้งนี้แม้ในช่วงท้ายสัปดาห์จะมีประเด็นบวกจากต่างประเทศ ภายหลังจากที่คืนวันพุธ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) สหรัฐมีมติคงดอกเบี้ย และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาดหุ้นไทยกลับเผชิญแรงขายอย่างหนักจากประเด็นลบเฉพาะตัวภายในประเทศ ได้แก่ 1) การที่ ICAO ขึ้นเครื่องหมายไทยเป็นประเทศที่มีข้อบกพร่องด้านมาตรฐานความปลอดภัยการบิน (SSC) และ 2) การพบผู้ติดเชื้อไวรัส MERS เป็นรายแรกในประเทศไทย

คาดผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์ไม่เท่าครั้งซาร์ส : การพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ตะวันออกกลางเป็นรายแรกในไทย ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของนักลงทุนถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจมีต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในขณะนี้ ขณะเดียวกันอาจกระทบต่อกลุ่มการแพทย์ เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้ารับบริการทางการแพทย์หากไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามเราประเมินผลกระทบครั้งนี้จะไม่ร้ายแรงเท่าครั้งโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน (ซาร์ส) เนื่องจากความรุนแรงของโรคที่ต่ำกว่า และ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุหรือมีสุขภาพอ่อนแอ

นอกจากนี้ ประเทศไทยและภูมิภาคมีประสบการณ์ในการรับมือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจมาแล้ว แม้อาจมีความเสี่ยงทางลง (Downside) ในระยะสั้น แต่เรามองหุ้นการแพทย์ สายการบิน และโรงแรม เริ่มน่าสนใจหลังหุ้นหลายตัวปรับลดลงจนส่วนต่างราคาปัจจุบันกับราคาเหมาะสมเกินกว่า 20% การปรับลดลงต่อ เป็นโอกาสในการทยอยสะสม (Fig 1)

ปัจจัยที่ต้องติดตาม : 1) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้น จีน 23 มิ.ย. 2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้น ยูโรโซน 23 มิ.ย. 3) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้น สหรัฐ 23 มิ.ย. 4) ประมาณการ GDP ไตรมาส 1/2558 รอบสุดท้าย สหรัฐ 24 มิ.ย. 5) ตัวเลขนำเข้า ส่งออก ดุลการค้า เดือน พ.ค. 2558 ของไทย 25 มิ.ย.

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : การที่ SET Index ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 1,497 จุด ทำให้ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีมีความเสี่ยงที่จะปรับลดลงไปทดสอบบริเวณจุดต่ำสุดเดิม (1,474) หรือต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย (1,450) อย่างไรก็ตามผลกระทบน่าจะจำกัดเฉพาะหุ้นบางกลุ่ม ขณะที่หุ้นหลายกลุ่มได้ปรับลดลงมากจนตอบรับความเสี่ยงส่วนใหญ่ไปแล้ว ซึ่งมีโอกาสถูกผลักดันให้ฟื้นตัวระยะสั้นจากการเข้าสู่ช่วง Window Dressing สิ้นไตรมาส 2/2558 นักลงทุนอาจเก็งกำไรหุ้นที่เป็นเป้าหมายผลักดันดังกล่าว (Fig 2) ขณะที่ใช้จังหวะปรับลงทยอยเพิ่มน้ำหนักขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงปลายเดือน โดยเรายังคงมุมมองตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าจะส่งสัญญาณดีขึ้น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3/2558

หุ้นเด่น : SIM SAMART GFPT SPALI TTA KTB LPN TICONหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : CPN SF EMC GUNKUL TASCO (นักลงทุนควรตั้ง Stop Loss หากหุ้นลง 3-5%) 

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า