
เร่งดันธุรกิจ ยึดหัวเมือง ค้าปลีกใหญ่
รัฐหนุนธุรกิจตีตลาดหัวเมืองหลักซีแอลเอ็มวี เน้นขายผ่านโมเดิร์นเทรด
รัฐหนุนธุรกิจตีตลาดหัวเมืองหลักซีแอลเอ็มวี เน้นขายผ่านโมเดิร์นเทรด
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากหารือร่วมกับตัวแทนสภาธุรกิจไทยกับประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ภาคเอกชนเสนอว่าควรนำสินค้าไทยไปเจาะตลาดในหัวเมืองหลักของทุกประเทศในกลุ่มนี้ พร้อมผลักดันการจำหน่ายสินค้าผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) โดยเน้นเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่
สำหรับหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพและตลาดกำลังเติบโต ได้แก่ พระตะบอง เสียมราฐของกัมพูชา บ่อแก้วของลาว มะริด มัณฑะเลย์ของพม่า และไฮฟอง เกิ่นเธอของเวียดนาม
ขณะที่สินค้าที่มีโอกาสเติบโตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติกและของใช้พลาสติก คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 30% เนื่องจากประชากรมีรายได้มากขึ้น และสินค้ากลุ่มนี้ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย เช่นเดียวกับสินค้าเครื่องดื่ม ที่คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้น 5% ด้วยอานิสงส์ของนักท่องเที่ยว การเป็นสังคมเมือง และชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น และสินค้าวัสดุก่อสร้างจะเติบโต 10% ตามการขยายตัวของภาคก่อสร้าง
ทั้งนี้ ในปี 2557 การส่งออกไทยไปตลาดซีแอลเอ็มวีขยายตัว 8.8% เป็น 7,121 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกไปเวียดนามมีมูลค่าสูงสุด 2,602 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.7% รองลงมาคือ กัมพูชา 1,737 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.1%







